ความแตกต่างระหว่าง
4 คอร์ของแท้กับ 2 คอร์คู่
ในขณะที่
Intel ของเรายังคงใช้วิธีลักไก่ใช้
2 คอร์สองตัวมาใส่ในไดน์เดียวกันแล้วเรียกมันว่า
Quad Core จริงๆก็ไม่ผิด แต่ว่าประสิทธิภาพที่ได้นี่สิ
มันจะใช่ 4 คอร์จริงๆเร้อ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ
ตรงที่ซีพียูแบบ 2 คอร์นั้นแต่ละคู่จะเชื่อมกันแบบปกติ
แต่ระหว่างคู่ทั้งสองจะใช้ Front
side bus เป็นตัวสื่อสารระหว่างกันแทน
ซึ่งวิธีการแบบนี้ทำให้เกิดปัญหาคอขวดอย่างแรง
AMD ออกแบบคอร์ของตนเอง แบบใหม่โดยแต่ละคอร์นั้นสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างอิสระ
AMD ใช้ระบบ Internal System Request
Quest Crossbar ในการให้แต่ละคอร์ติดต่อสื่อสารถึงกัน
เชื่อมต่อกับระบบหน่วยความจำ หรือเชื่อมต่อไปยังซีพียูตัวอื่นผ่านระบบ
HyperTransport ในกรณีนี้เราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องของ
Front side bus และปัญหาคอขวดอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ระบบ
Dual Core ซึ่งมี 2 คอร์ในซีพียู
1 ตัวนั้น ไม่ค่อยเป็นปัญหามากนัก
แต่หากเพิ่มคอร์เข้าไปอีก ปัญหาเรื่อง
Front side bus ที่วิ่งได้ไม่เร็วพอจะทำให้เกิดปัญหาคอขวดขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม Intel
จึงเปลี่ยนระบบของตัวเองไปเป็น FB-DIMMs
ในระบบเซิร์พเวอร์ ซึ่งก็มีปัญหา
Multi-core/ Multi-CPU เช่นเดียวกัน
แม้ว่า สถาปัตยกรรม Core จะต้องการแบนวิธน้อยกว่า
Pentium NetBurst แต่เมื่อเทคโนโลยีกำลังก้าวไปสู่
DDR3 แล้ว คอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่
ก็ต้องได้รับการดูแล (เป็นอย่างดี)
เช่นกัน
AMD
กลับไม่เจอปัญหาเหล่านี้แม้ว่าจะเพิ่มคอร์เข้าไปอีก
เพราะแต่ละคอร์ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนระบบ
HyperTransport ในแต่ละซีพียูสามารถเข้าถึงหน่วยความจำได้อย่างอิสระซึ่งทำให้เราได้รับการขยับขยายความเร็วของ
DDR2 จากเดิม 800MHz ไปเป็น 1066MHz
เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้
ระบบ
SSE แบบ 128 บิต พร้อมระบบคำนวณเลขทศนิยมแบบ
36 บิต เฉพาะ AMD อัพเดตระบบ SSE
ให้สามารถประมวลผลได้แบบ 128 บิต
แคช L1 นั้นก็ได้ถูกอัพเกรดไปเป็น
128 บิตเพื่อให้ควรคู่กับ L2 เช่นเดียวกัน
ในขณะที่ Quad Core ของอินเทลนั้นแค่
64 บิตเท่านั้นเอง นั่นหมายความว่า
AMD สามารถทำงานได้เร็วกว่า Intel
ถึง 2 เท่าสัญญาณนาฬิกาเมื่อเทียบกันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ระบบคำนวณเลขทศนิยมก็ได้รับการอัพเดตให้สามารถคำนวณได้ถึง
36 บิต ในขณะที่ (อีกแล้ว) ของ Intel
นั้นยังคงมีแค่ 32 บิตแบบแชร์กันระหว่างจำนวนเต็มและเลขทศนิยม
เป็นไงครับเห็นความแตกต่างอย่างเหนือชั้นหรือยัง
ระบบ SSE4 ใน Phenom นั้นได้รับการอัพเกรดเช่นเดียวกับ
Penryn ของ Intel ซึ่งระบบนี้ได้รับการสนับสนุนจาก
Divx เวอร์ชั่น 6.22 อีกด้วย
HyperTransport
3.0ระบบ HyperTransport
เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิดครับ
โดยได้รับการอัพเดตจาก 1GHz หรือ
2GT (กิกะทรานเฟอร์) ต่อวินาที ไปเป็น
2.0GHz หรือ 4GT ต่อวินาที บทแพลตฟอร์ม
AM2+ ซีพียูแบบ AM2+ นั้นต้องการมาเทอร์บอร์ดแบบ
AM2+ ด้วยครับ แต่มันก็สามารถทำ Backward
Compatible กลับไปใช้รุ่นก่อนหน้าได้เช่นกัน
โดยปรับลดความเร็วคล็อกลง เมื่อมีการเพิ่มความเร็วของ
HyperTransport จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างคอร์กับอุปกรณ์ต่อพ่วงทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
L3
Cache
AMD
ไม่ใช่เจ้าแรกนะครับที่ใช้ L3 ในซีพียู
Xeon ของ Intel ก็มีมาก่อนหน้านี้แล้ว
ซึ่งการมี L3 นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี
ซึ่งเหตุผลที่เราไม่เห็น L3 ในซีพียูแบบคอร์เดียวมากนัก
ก็เพราะว่าการมี L3 นั้นต้องเพิ่มทรานซิสเตอร์อีกจำนวนมหาศาล
เพื่อแลกกับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของซีพียูคอร์เดียวเพราะเรื่องลาเทนซี่นั่นเอง
แต่สำหรับมัลติคอร์แล้ว ซีพียูหลายตัวต้องแข่งกันเพื่อการเข้าถึงหน่วยความจำ
การมีแคชมากขึ้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบได้อย่างน่าประหลาดใจ
แม้ว่าประสิทธิภาพมันจะดีขึ้น แต่ก็ราคาสูงขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว
เมื่อมีการเรียกร้องข้อมูลซึ่งกระทำโดยคอร์ของซีพียูแล้ว
การร้องขอจะถูกส่งไปยัง L1, L2, L3
และตัวควบคุมหน่วยความจำ การเข้าถึง
L1 นั้นจะใช้เพียง 1 ถึง 3 รอบสัญญาณ,
L2 5 ถึง 7 และ L3 คือ 10-13 และหน่วยความจำจะใช้เวลากว่านั้นเยอะมาก
และการมี L3 นั้นอาจจะทำให้ระบบควบคุมหน่วยความจำทำงานน้อยลง
ระบบ
Virtualization
ที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
หนึ่งในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดของ
AMD Quad Core ก็คือการอัพเดตเทคโนโลยี
Virtualization ความต้องการของ Virtualization
ก็มาจาก Apple ที่ต้องการให้รัน Windows
บนระบบปฏิบัติการของตัวเองได้ด้วย
และในอนาคตมันอาจจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นกว่านี้มาก
โดยปกติแล้วระบบปฏิบัติการจะควบคุมการทำงานเป็นวงแหวน
โดยระบบ User Interface จะอยู่ระดับบน
ในซีพียูแบบ x86 เดิมนั้น ไม่สามารถรันทั้งโฮสและเกส
OS ได้พร้อมกัน เพราะจะเกิดการขัดแย้งขึ้นกับระบบรีซอสของระบบVirtualization
นั้นมีด้วยกันสองแบบครับคือแบบซอฟท์แวร์
และฮาร์ดแวร์ โดยแบบซอฟท์แวร์จะมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า
แต่แบบฮาร์ดแวร์นั้นจะเร็วกว่าเยอะมากครับ
ระบบ Virtualization แบบซอฟท์แวร์นั้นจะทำการเปลี่ยนแปลง
Guest OS ให้ถูกคอมไฟล์ใหม่ที่ Ring
1 จากภาพ โดยมันจะทำการสื่อสารกับโฮสเพื่อให้โฮสติดต่อกับอุปกรณ์ตามที่เรียกร้อง
Virtualization แบบเต็มรูปแบบนั้น
Guest OS จะทำงานอยู่เหนือ Host OS
แต่ Guest OS นั้นจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงและใช้ซอฟท์แวร์เชื่อมต่อกับระบบโดยตรง
โดยไม่ผ่าน Host OS ซีพียูที่สามารถทำ
Virtualization ได้นั้น จะทำงานอย่างเนียนสนิทในการรันทั้ง
Guest OS และ Host OS ไปพร้อมๆกัน
เทคโนโลยี Virtualization ของ Intel
นั้นจะสร้างวงแหวนเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้
Guest OS ใช้งานวงแหวน 0 ได้ แต่ก็ให้
Host OS อยู่ล่างนั้นอีก เปรียบเทียบกับ
AMD Quad Core จะสร้าง Guest Mode
ภายในวงแหวน 0 ด้วยกันเลยแต่ก็ให้เพียง
Hypervisor ติดต่อกับอุปกรณ์ของระบบได้เท่านั้น
การจัดการพลังงานแบบ
5 ยอดมนุษย์
การอัพเกรดจาก
AM2 ไปยัง AM2+ นั้นเป็นสุดยอดของการก้าวกระโดด
เพราะ AM2+ นั้นจำมีระบบจัดการพลังงานแยกอิสระถึง
5 ตัว เปรียบเทียบกับ AM2 จะมีเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น
ซึ่งทำให้แต่ละคอร์มีการจัดการพลังงานที่ดีขึ้นด้วย
แต่สถาปัตยกรรมส่วนนี้ ทาง AMD ยังไม่เปิดเผยแน่ชัด
เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับ.... |