MP3 |
เป็นมาตรฐานการฟอร์แมตที่ใช้ลดขนาดไฟล์เสียงให้มีขนาดเล็กลงที่รู้จักกันดี
เป็นมาตรฐานการลดขนาดเสียงที่เรียกว่า
Lossy Compression ซึ่งไฟล์ MP3 ที่ได้ออกมาจะมีรายละเอียดของเสียงต่ำกว่าต้นฉบับ
ส่วนจะต่ำกว่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ bitrate
ที่ใช้ ซึ่งที่จริงแล้วระบบของ bitrate
ใน MP3 ยังแบ่งออกได้เป็นอีกสองประเภทคือ
CBR
- ไฟล์ MP3 ส่วนใหญ่ที่เราเจอกันในท้องตลาดเกือบทั้งหมดจะเป็นแบบนี้
คือมีการลดขนาดที่มี Bitrate คงที่
ดังนั้นไม่ว่าในช่วงนั้นๆ ของเพลงจะมีรายละเอียดของเพลงมากหรือน้อยแค่ไหนก็จะเข้ารหัสที่
bitrate เดียวกันหมดส่งผลให้คุณภาพของเพลงมีการแกว่งเป็นช่วงๆ
คือช่วงไหนรายละเอียดเพลงเยอะช่วงนั้นคุณภาพก็จะต่ำหน่อย
ส่วนช่วงไหนรายละเอียดของเพลงน้อยก็จะมีคุณภาพสูงหน่อย
เนื่องจาก bitrate ในการเก็บข้อมูลเท่ากันหมด |
| |
bitrate |
| ที่เป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วไปจะอยู่ที่
128K ซึ่งจะใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลประมาณ
1:10 เช่นเพลงเต็มๆ ใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูล
10MB ไฟล์ MP3 ที่ bitrate 128K จะใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลเพียง
1MB เครื่องเล่น MP3 รุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่ถ้าจะเล่น
MP3 ได้มักจะใช้ได้เฉพาะกับไฟล์ MP3
ที่มี bitrate 128K เท่านั้น แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ๆ
ก็สามารถที่จะเล่น MP3 ที่มี bitrate
ในระดับต่างๆ ได้มากกว่า เช่นตั้งแต่
32K ไปจนถึง 320K |
| |
VBR |
| เป็นการลดขนาดที่ยึดตามคุณภาพของเพลงซะเป็นหลัก
เวลาลดขนาดของเพลงลง เพลงทั้งเพลงจะมีคุณภาพเท่ากันเพราะปริมาณ
bitrate จะเปลี่ยนแปลงไปตามรายละเอียดของเสียง
ถ้าเราแบ่งเครื่องเล่น MP3 ออกเป็นสามยุค
คือรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ เครื่องรุ่นเก่าก็จะเล่นได้เฉพาะไฟล์
CBR ที่ bitrate 128K ส่วนรุ่นกลางก็จะเล่นไฟล์
CBR ได้ที่ Bitrate ที่หลากหลายกว่ารุ่นแรก
และเครื่องในยุคล่าสุดเกือบทั้งหมดจะสามารถเล่นได้เหมือนเครื่องยุคกลาง
บวกกับ MP3 แบบ VBR แน่นอนครับ iPod
รองรับไฟล์ MP3 ทั้งแบบ CBR และ VBR
ได้ตั้งแต่ bitrate ที่ 16K ไปจนถึง
320K |
| |
AAC
(Advanced Audio Compression) |
เป็นมาตรฐานการลดขนาดไฟล์แบบ
Lossy Compression เช่นเดียวกับ MP3
คือไฟล์ที่ได้ออกมาคุณภาพจะต่ำกว่าต้นฉบับ
แต่เมื่อเทียบกับ MP3 แล้ว AAC จะให้คุณภาพของเสียงที่ดีกว่าที่ขนาดไฟล์เท่ากัน
ไฟล์ AAC 128K จะมีคุณภาพเท่ากับไฟล์
MP3 ที่ 192K จากการทดสอบ(ด้วยตัวผมเอง)
ความแตกต่างนี้สามารถสัมผัสได้โดยแค่ตั้งใจฟัง
โดยไม่ต้องถึงกับการฟังด้วยการจับผิด
นอกจากคุณภาพของเสียงที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับขนาดไฟล์ที่เท่ากันของ
MP3 ซึ่งเป็นที่ถูกใจของผู้ฟังแล้ว
AAC ยังรองรับระบบ DRM (Digital Rights
Management) ซึ่งเป็นระบบการป้องกันการก๊อปปี้เพลง
ซึ่งเป็นที่ถูกใจของผู้จำหน่ายเพลง
Online อีกด้วย เพลงที่ซื้อจากเว็บไซต์
iTunes จะอยู่ในรูปแบบ Protected
AAC ครับ
bitrate
ของ AAC ที่ iPod รองรับนั้นเริ่มตั้งแต่
16K ไปจนถึง 320K ส่วนใหญ่มักนิยมใช้กันที่
192K เพราะจะใช้คุณภาพเสียงที่สูงจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนต้นฉบับอันไหน
AAC แต่ก็มีอีกส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ที่
128K เพื่อที่ไฟล์เพลงจะได้มีขนาดที่เล็กลง
และหลายๆ คนก็แยกคุณภาพเสียงระหว่าง
128K กับ 192K ไม่ออก |
| |
Audible |
| เป็น
Format ที่หลายๆ คนยังไม่รู้จักครับ
เป็นฟอร์แมตของเว็บไซต์ Audible.com
(www.audible.com) เป็นเว็บไซต์จำหน่าย
AudioBook รายใหญ่ (สมัยเด็กๆ เคยฟังเทปนิทานไหมครับ?
ที่เหมือนละครวิทยุแต่เป็นนิทาน AudioBook
ก็เหมือนกันครับ แต่ค่อนข้างหลากหลายกว่า
คือมีทั้งบรรเทิงและสาระ ตั้งแต่ Harry
Potter ไปจนถึง Rich Dad Poor Dad หรือนิยายเช่น
The Davinci Code ก็มี) เว็บไซต์นี้มีฟอร์แมตของตัวเอง
ซึ่งสามารถป้องกันการก๊อปปี้ได้ โดยจะมีการแบ่งออกเป็น
4 ประเภท แยกตามคุณภาพ คือ
1
- Telephone Like (คุณภาพเท่ากับเสียงจากโทรศัพท์)
ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 2MB
2
- AM Radio (คุณภาพเท่ากับวิทยุ AM)
ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 3.7MB
3
- FM Radio (คุณภาพเท่ากับวิทยุ FM)
ไฟล์ 1 ชม. จะมีขนาด 7.2MB
4
- MP3 (คุณภาพเดียวกับ MP3) ไฟล์
1 ชม. จะมีขนาด 14.4MB |
| |
Apple
Lossless |
| เป็นฟอร์แมตที่ต่างกับทั้งหมดที่กล่าวไปแล้ว
ฟอร์แมตนี้จะให้คุณภาพของเสียงออกมาเท่ากับต้นฉบับ
เรียกว่ารายละเอียดอยู่ครบ โดยขนาดของไฟล์จะอยู่ที่ประมาณ
50% เมื่อเทียบกับต้นฉบับ เช่น CD หนึ่งแผ่นที่มีเพลงเต็มๆ
74 นาที จะใช้เนื้อที่ประมาณ (150K/sec
* 74 นาที * 60 วินาที) = 650 MB ก็จะเหลือประมาณ
325MB ข้อดีคือคุณภาพเท่ากับต้นฉบับแป๊ะ
วันไหนต้องการเขียนกลับเป็น CD เพลงเหมือนเดิม
ก็จะได้ CD เพลงที่คุณภาพเท่าเดิม ข้อด้อยของฟอร์แมตนี้ที่ทำให้ผู้ใช้
iPod ลังเลที่จะใช้ก็คงเป็นเรื่องของขนาดครับ
เพราะอย่าง iPod Mini 4GB ถ้าใช้ฟอร์แมตนี้ก็จะเก็บเพลงได้ราว
12-13 อัลบั้มเท่านั้น เมื่อพูดถึง
Lossless format จะไม่แนะนำฟอร์แมต
FLAC (http://flac.sourceforge.net/)
ก็กระไรอยู่ อันที่จริงฟอร์แมตแบบ
Lossless Compression หรือที่ย่อขนาดไฟล์โดยรายละเอียดเพลงเท่าต้นฉบับนอกจาก
Apple Lossless แล้วยังมีอีกหลายฟอร์แมต
แต่ FLAC (free lossless audio coded)
เป็นฟอร์แมตที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก
ในเรื่องคุณภาพของเสียง Lossless
compression ทุกฟอร์แมตให้คุณภาพเสียงเท่ากันหมด
คือเทียบเท่าต้นฉบับ แต่ที่แตกต่างและเป็นการแข่งขันกันก็คือขนาดของไฟล์ที่ได้
และเวลาที่ใช้ในการเข้ารหัสเพื่อลดขนาดของไฟล์ครับ
ฟอร์แมต
FLAC นี้ iPod ไม่รองรับครับ แต่นำมากล่าวถึงเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในเนื้อหา
เพราะเป็นฟอร์แมตที่รู้จักกันดีในวงการของ
Lossless compression เหมือนกับที่เรารู้จัก
MP3 อย่างไรอย่างนั้น
จริงๆ
อยากให้ iPod รองรับฟอร์แมตนี้เหมือนกันครับ
เพราะมันเป็นฟอร์แมตที่เป็นมาตรฐานกลางไม่อิงกับค่ายไหน
เครื่อง Portable device ที่รองรับ
format นี้ที่เห็นก็มี iAudio X5
ของ Cowon |
| |
Wav |
| อันนี้น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว
เป็น format ที่ใช้กันบน Windows ทั่วไปครับ
เพราะใน Windows สมัยก่อนที่จะมี Windows
Media Player รุ่นหลังๆ ถ้าอัดเสียง
หรือจะให้เล่นเสียงได้โดยไม่ต้องลงโปรแกรมใดๆ
เพิ่มเติมก็ต้องทำด้วยฟอร์แมต wav นี่แหละครับ |
| |
AIFF |
| เหมือน
wav ครับ แต่เป็นฟอร์แมตที่ใช้กันบนเครื่อง
Macintosh |
| |