Home Product Price Service & Support Download About us Dealer Zone Site Map
รวมบทความทั้งหมด
 
 
ความรู้เรื่องหน่วยความจำ DDR RAM
 

ตารางที่ 1 คุณสมบัติของหน่วยความจำแบบ DDR (หน่วยความจำ PC2400. PC3000, PC3500, PC4000 และรุ่นที่มีความเร็วสูงกว่า ไม่ถือว่าเป็นหน่วยความจำที่ได้การรับรองจาก JEDEC แต่ก็มีการผลิตออกมาบ้างสำหรับกลุ่มพวกโอเวอร์คล๊อก)

ตารางที่ 2 ข้อมูลของหน่วยความจำชนิด DDR2 (หน่วยความจำบางรุ่นอาจจะไม่ใช่มาตรฐานของอุตสาหกรรมแต่เป็นการผลิตออกมาเพื่อกลุ่มนักโอเวอร์คล๊อก)

การทำงานของสัญญาณแบบ DDR

         ถ้าหากกล่าวโดยสรุป หน่วยความจำแบบ DDR จะส่งข้อมูลได้มากขึ้นสองเท่าต่อทุกๆ รอบสัญญาณผลที่เกิดขึ้นก็คือหน่วยความจำแบบ DDR จะส่งข้อมูลมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับหน่วยความจำแบบเดิมที่เป็น SDR (Single Data Rate) ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาเท่ากัน ด้วยเหตุนี้จึงมีการตั้งชื่อว่า Double Data Rate ตัวอย่างของหน่วยความจำแบบนี้นี้ก็คือ DDR SDRAM รุ่นแรกๆ ที่เรียกว่า PC1600 ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่มีแบนด์วิธ 1600MB/s โดยทำงานที่ความเร็วจริง 100 MHz แต่ด้วยเทคนิกการทำการแบบ Double Data Rate จึงทำให้ทำงานได้เหมือนกับมีความเร็ว 200MHz และตัวเลข 200MHz นี่เองที่เป็นที่มาของ DDR 200

         การเรียกชื่อโดยใช้ความเร็วของบัสแบบ DDR คงจะไม่ทำให้คุณสงสัยมากนักเพราะมันไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เนื่องจากมันเป็นการบอกข้อมูลที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ว่าการเรียกหน่วยความจำด้วยค่าแบนด์วิธนั้นมันมีที่มาอย่างไรกันแน่? ถ้าคุณสงสัยแบบนี้ก็ต้องอ่านต่อไปครับ

แบนด์วิธของหน่วยความจำ
         แบนด์วิธของหน่วยความจำคืออะไร นี่ก็คงจะเป็นอีกคำถามที่ตั้งขึ้นมาก่อนที่อยากจะรู้ว่าหาค่าแบนด์วิธมาได้อย่างไร แบนด์วิธของหน่วยความจำก็ของความกว้างของช่องสัญญาณที่หน่วยความจำสามารถรับหรือส่งข้อมูลออกไปได้ โดยมีหน่วยเป็น Megabyte ต่อวินาที
คุณสามารถใช้สมการเพื่อคำนวณหาแบนด์วิธสูงสุดของหน่วยความจำได้ด้วยตนเอง โดยมีตัวแปร 3 ชนิดที่มาเกี่ยวข้อง ตัวแปรแรกก็คือความกว้างของบัสในเมมโมรี ตัวที่สองก็คือความถี่จริงของเมมโมรี และประเภทของการส่งสัญญาณที่ใช้ ส่วนรูปแบบของสมการที่ว่าก็คือ

• X * Y * Z/8 = เมมโมรีแบนด์วิธในทางทฤษฎีที่มีตัวเลขเป็น MB ต่อวินาที
• X = ความถี่จริงของเมมโมรี
• Y = ความกว้างของบัส
• Z = ชนิดของการส่งสัญญาณ (อาทิเช่น SDR, DDR หรือ QDR)

         ค่า Y ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น 64 เพราะในปัจจุบันความกว้างบัสของ SDRAM ก็คือ 64 บิต ส่วนค่า Z ขึ้นอยู่กับประเภทของการส่งสัญญาณที่เมมโมรีใช้ และจำนวนที่เหมาะสมสำหรับประเภทของการส่งสัญญาณที่ Z เป็นอยู่ ในกรณีของ DDR นั้น Z = 2 ซึ่งถือเป็นตัวเลขพื้นฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ในอนาคตเราจะมีการใช้หน่วยความจำแบ QDR (Quad Data Rate) Z ก็จะเท่ากับ 4
         
          ต่อไปนี้คือตัวอย่างแบบง่ายๆของการคำนวณแบนด์วิธแรม เราจะใช้ตัวอย่างของ PC2100 ซึ่งเมื่อใส่ตัวเลขที่ถูกต้อง คุณจะได้ 133 MHz * ความกว้างของบัส 64 บิต * 2 /8 = 2100 MB/s (ปัดเศษ) ถ้าหากคุณดูจากสมการนี้ คุณจะเข้าใจสเปคทางเทคนิค 2 แบบที่เราพูดถึงไปก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์สุดท้ายของสมการนี้ก็คือจำนวนของแบนด์วิธที่ให้ได้ ดังนั้นเราจึงได้ชื่อ PC2100 ขึ้นมาสำหรับแรมแบบนี้ ส่วนอีกชื่อหนึ่งที่ใช้อ้างอิงถึง PC2100 ก็คือ DDR 266 ตัวเลข 266 มาจาก X * Z ซึ่งผลลัพธ์ก็คือความถี่ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยความจำ ในการหาค่าแบนด์วิดของหน่วยความจำแบบ DDR และ DDR2 จะใช้หลักการเดียวกัน

          สรุปแล้วก็คือมีชื่ออยู่สองแบบที่มักใช้ในการอ้างถึงแรมประเภทเดียวกัน ชื่อหนึ่งหมายถึงความถี่ที่มีประสิทธิภาพของแรม ในขณะที่อีกชื่อหนึ่งหมายถึงเมมโมรีแบนด์วิธในทางทฤษฎีที่เมมโมรีแบบนั้นให้ได้

 
ความแตกต่างระหว่าง DDR กับ DDR2

          หลักการทำงานของหน่วยความจำแบบ DDR และ DDR2 นั้นไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลย แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือคุณลักษณะทางด้านเทคนิค เช่น ความเร็วในการทำงาน การใช้แรงดันไฟ และรูปร่างหน้าตาของโมดูหน่วยความจำที่มีขาไม่เหมือนกัน สิ่งที่ DDR2 ทำก็คือพยายามเพิ่มความเร็วในการทำงาน และทำการเพิ่มแบนด์วิธโดยรวมของระบบไปพร้อมๆ กัน


รูปแสดงการทำงานของ DDR และ DDR2

 

Article by Aod

   
Alliance & Link Corporation Product List Price Update Service & Support Contact us About us Download Webboard
 Copyright© 2000-2012 Alliance & Link Corporation Co.,Ltd. All rights reserved.