Home Product Price Service & Support Download About us Dealer Zone Site Map
รวมบทความทั้งหมด
 
 
HDTV (Highs Definition Television) มาตรฐานความบันเทิงบนจอแบบใหม่
 

          HDTV หรือให้แปลตรงตัวก็คือ โทรทัศน์ความละเอียดสูง มันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน ์(broadcasters) ที่มีความละเอียดมากกว่าการถ่ายทอดสัญญาณในปัจจุบัน (NTSC, SCEM,PAL) แต่ในต่างประเทศมีการใช้ระบบนี้กันอย่าแพร่หลายมากแล้วเช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, และแถบ ยุโรป แถวๆบ้านเราก็มีนะครับ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ การส่งสัญญาณจะเป็นระบบ Digital ที่ให้ความคมชัดทั้งภาพและเสียงดีกว่าที่เราเปิดจากแผ่น DVD เสียอีกแต่ในบ้านเรายังไม่มีการส่งสัญญาณประเภทนี้ออกมาอย่างเป็นทางการเท่าไหร่ ที่เห็นจะมีแต่ทาง เคเบิลทีวี มีส่งออกมาแล้วบ้างแต่กับ ฟรีทีวียังไม่เห็นนะครับเพราะการที่จะเปลี่ยนเครื่องส่งมาเป็นระบบใหม่เลยนั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงยังไม่มีใครลงทุนซักเท่าไหร่ ประกอบกับเครื่องรับ (TV) ที่รองรับ HDTV จริงๆ นั้นพึ่งจะมาเป็นที่นิยมในบ้านเราไม่นานสักเท่าไหร่ประมาณ 1-2 ปีได้ฉะนั้นก็น่าจะอีกไม่นานที่บ้านเราจะได้รับชม HDTV กันอย่างเต็มรูปแบบไม่นับที่โหลด Bit กันมาเปิดดูกันนะครับ

          ร่ายยาวกันมาพอสมควรเรามารู้จักกับ HDTV กันให้มากกว่านี้ดีกว่าครับ หลายๆคนน่าจะรู้จักกับระบบในการส่งสัญญาณภาพที่ใช้ในปัจจุบันกันดีพอสมควรแล้วนะครับ คือ PAL และ NTSC ซึ่งจะใช้กับTV รุ่นเก่า การที่เราจะใช้ระบบ HDTV นั้นจำเป็นต้องใช้กับ TV รุ่นใหม่ที่เป็น LCD TV ที่รองรับ HDTV ด้วย

การทำงานของ HDTV
          สัญญาณดิจิตอลที่ส่งมาที่ TV นั้นจะผ่านกระบวนการบีบอัดข้อมูลสัญญาณดิจิตอล โดย MPEG-2 ทำการถอดรหัส หลังจากนั้นจะถูกส่งไปที่หลอดภาพทำหน้าที่ยิงลำแสงออกมายังหน้าจอ TV ทำให้เกิด Pixel (จุดภาพ) บนจอภาพแต่ในระบบ HDTV นั้นจะให้ Pixel ที่สูงกว่า TV ทั่วไปมากเลยทีเดียวทำให้ภาพที่ออกมาละเอียดคมชัด ไร้ซึ่งอาการกระพริบของสัญญาณภาพ

ภาพเปรียบเทียบการสแกนของ TV และ HDTV
 
ลักษณะการยิงลำแสงหรือการ Scan ภาพนั้นแบ่งได้ 2 แบบดังนี้
          - แบบ Interlaced จะทำการแบ่งภาพออกเป็น 2 เฟรม คือเฟรมที่เป็นเลขคี่และเลขคู่ และจะ scan ภาพสลับกันไปเรื่อยๆ จนครบ 1080 เส้น จะมีการกระพริบระหว่างการสลับเฟรมคี่และคู่
          - แบบ Progressives Scan จะทำการ scan โดยเรียงไปทีละเส้นสแกนเรียงกันไปเรื่อยๆจนครบ 1080 เส้น จะทำให้การกระพริบน้อยลง ภาพที่ได้จะดูนิ่งมากยิ่งขึ้น

          การ Scan ภาพในรูปแบบของ HDTV นี้จะเป็นแบบ wide screen ที่มีอัตราส่วนของจออยู่ที่ 16:9 ต่างจาก TV รุ่นเก่าจะที่เป็น NTSC หรือ PAL อัตราส่วนจะอยู่ที่ 4:3
 
ตัวอย่างความละเอียด
          - 480p = 338,000 pixels / frame (704 x 480)
          - 720p = 922,000 pixels / frame (1280 x 720)
          - 1080i = 1,037,000 pixels / frame (1920 x 1080)
          - 1080p = 2,074,000 pixels / frame (1920 x 1080)

P = Progressive
I = Interlace

ดูเปรียบเทียบกันชัดๆระหว่าง TV กับ HDTV และอัตราส่วน
          ดูการเปรียบเทียบกันไปค่อนข้างเยอะแล้วนะครับเรามาดูกันว่าเราจะเลือกซื้อกันอย่าไร HDTV อย่างไรให้ถูกใจเรากันดีกว่าครับ จริงๆแล้วระบบ HDTV ยังไม่มีใครส่งสัญญาณแบบนี้อย่างเต็มรูปแบบซักเท่าไหร่อย่าที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วนะครับแต่ TV ที่รองรับเทคโนโลยีใหม่นี้ที่เห็นชัดๆเลยจะมีอยู่ 3 ประเภทคือ Plasma TV, LCD TV, และ LCD Monitor อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคลนะครับว่าชอบภาพแบบไหนแต่ในการเลือกซื้อนอกเหนือจากเรื่องภาพของแต่ละบุคลที่ชอบแล้วจะที่เหมือนๆกันดังนี้
          1. งบประมาณ อันนี้แน่นอนว่าจะต้องมีงบประมาณในใจไว้ก่อนว่าเท่าไหร่เพราะยิ่งขนาดใหญ่ยิ่งแพง
          2. นึกก่อนครับว่าเราซื้อมาแล้วจะไปวางที่ไหนในห้องนอน หรือ ห้องรับแขก ขนาดห้องเท่าไหร่จะได้เลือกถูกว่าคุณจะเอาจอขนาดเท่าไหร ่กี่นิ้ว ความละเอียดมากน้อย (คงมีแต่คนเลือกที่ความละเอียดสูงสุดไปแล้ว 1080p)
          3. เมื่อมีข้อ 1 และ 2 อยู่ในใจแล้วมาดูที่ความละเอียดครับอย่างที่บอกคงจะมีแต่คนเลือกที่ความละเอียดสูงสุดที่ 1080p แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่สูงขึ้นครับ ถ้าคนที่งบน้อยก็อย่าเลือกที่ความละเอียดที่ต่ำกว่า 720p หรือ 1080i นะครับเพราะจะเสียอรรถรสในการชมไปเปล่าๆ
          4. ให้แน่ใจว่ามี port เชื่อมต่อสัญญาณครบตามความต้องการทุกประเภท เช่น Component / DVI/ HDMI สำหรับ HDMI นั้นควรจะมีอย่างน้อย 2 ช่องนะครับ และรองรับระบบ HDCP ด้วยจะได้ไม่มีปัญหาภายหลังเพราะ HDCP จะเป็นมาตรฐานใหม่ที่เข้ารหัสป้องกันลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสัญญาณภาพ และ เครื่องเล่นทีทำออกมารองรับ HDTV ไม่ว่าจะเป็น HD-DVD, Blue Ray, XBOX 360, และ PS3
          5. ดูค่า Native Resolution ด้วยนะครับว่ารองรับสูงสุดที่เท่าไหร่ซึ่งส่วนใหญ่จะ 720pขึ้นไป สัญญาณที่เข้ามาจะถูกปรับขึ้นหรือลงเพื่อให้เข้ากันกับค่า Native Resolution ของตัวเครื่อง อย่างเช่นเครื่อง XBOX 360 และ PS3 จะมีการส่งสัญญาณแบบ 720p ทำให้ไม่จำเป็นที่ทีวีที่มีค่า Native Resolution 720p ต้องปรับเปลี่ยนอีก แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ส่งสัญญาณแบบ 480p, 480i ต้องทำการปรับเพื่อให้เกิดความเข้ากันได้ขอสัญญาณหรือถ้าที่ทีวีมีตัวประมวลผลที่ดีหน่อยจะปรับให้อัตโนมัติ
          6. อย่าลืมเรื่องค่า Response Time ซึ่งเป็นค่าการตอบสนองกับภาพเคลื่อนไหวถ้าค่านี้มากเกินไปอาจทำให้เห็นภาพออกมาเบลอได้ในขณะที่ภาพเคลื่อนไหว สรุปค่ายิ่งน้อยยิ่งดีครับซึ่งตอนนี้เห็นต่ำสุดจะอยู่ที่ 8ms ครับแต่ราคาก็สวนทางกันครับสูงขึ้นแทน

        อ่านกันไปแบบเต็มอิ่มเลยนะครับน่าจะได้ข้อมูลในการเลือกซื้อบ้าง แต่ที่สำคัญในการเลือกซื้อจริงๆแล้ว อย่าให้โฆษณามาหลอกท่านได้เห็นได้จากโลโก้ที่มีให้เห็นอยู่มากบนทีวีเช่น HD Ready, HD Compatible, HDTV ซึ่งจะทำให้ท่านเข้าใจผิดและสับสน เพราะบางครั้งจะเจอโลโก้ที่เป็น HD เราคิดว่าเป็น HD แล้วสุดยอดแล้วแต่พอไปดูใน Spec จริงเป็น HD 480i ฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรดู spec ให้ชัดเจนก่อนเลือกซื้อนะครับจะได้ไม่เสียใจภายหลัง

บทความโดย Zebilus_HWH
Alliance & Link Corporation Product List Price Update Service & Support Contact us About us Download Webboard
Copyright© 2000-2008 Alliance & Link Corporation Co.,Ltd. All rights reserved.