VPN
ย่อมาจากคำว่า Virtual Private
Network หรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวก็คือการสร้างระบบเครือข่ายส่วนตัวเสมือน
ซึ่งจะมีการสร้างท่อ VPN
(VPN Tunnel) ตั้งแต่จุดสองจุดขึ้นไปเพื่อทำให้เสมือนว่า
ระบบ LAN ของสองฝั่งนั้นเป็นระบบเครือข่ายเดียวกัน
ดังนั้นประโยชน์จากการทำ
VPN นั่นก็คือการที่เราสามารถติดต่อกับอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายทั้งสองที่เสมือนนั่งอยู่ที่ที่เดียวกันนั่นเอง
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การสร้างการเชื่อมต่อแบบ
VPN นั้น จะแบ่งออกเป็นสองกรณีด้วยกันคือ
1.
การเชื่อมต่อแบบ Client to
Gateway: การเชื่อมต่อแบบนี้
จะเป็นการเชื่อมต่อ VPN แบบที่ฝั่งหนึ่งฝั่งใด
จะต้องมีอุปกรณ์ที่เป็น VPN
Router อาธิเช่น NETGEAR
DG834G หรือ FVS318, FVX538
เป็นต้น โดยที่อีกฝั่งนึงจะต้องมีการติดตั้ง
VPN Client Software อาธิเช่น
NETGEAR VPN Client Software
เพื่อทำการเชื่อมต่อเข้ามายังตัว
VPN end-point ดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการเหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่นอก
office บ่อยๆ และต้องการเชื่อมต่อกลับมายังระบบเครือข่ายในบริษัทเป็นต้น
2.
การเชื่อมต่อแบบ Gateway
to Gateway: การเชื่อมต่อแบบนี้
จะเป็นการเชื่อมต่อ VPN โดยที่ทั้งสองฝั่งจะต้องมีอุปกรณ์จำพวก
VPN Router อาธิเช่น NETGEAR
DG834G, FVS318 หรือ FVX538
นั่นเอง โดยวิธิดังกล่าวนี้
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่หลังตัว
VPN Router ไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้ง
VPN Client Software เลย
ซึ่งคู่มือนี้จะบอกวิธีการติดตั้ง
VPN แบบ Gateway to Gateway
นั่นเอง
ทีนี้เราลองมาดูวิธีการเซ็ตอัพแบบ
Step-by-Step กันเลยนะครับ?
อ่านก่อน
-
คู่มือนี้ อธิบายการสร้าง
VPN แบบ Gateway to Gateway
จาก DG834G ไปยัง DG834G
โดยอาจจะใช้ IP จริงในการอ้างอิงหรือใช้ชื่อที่สมัครจาก
Dynamic DNS มาใช้ในการอ้างอิง
โดยตัวอย่างในคู่มือฉบับนี้จะอ้างอิงโดยการใช้ชื่อที่สมัครจาก
Dynamic DNS
-
โปรดทำการสมัครขอใช้บริการ
Dynamic DNS สองชื่อเป็นอย่างน้อยเพื่อใช้ในการติดตั้ง
VPN แบบ Gateway to Gateway
-
ดาวน์โหลดคู่มือการเซ็ตแบบ
pdf fileได้จาก ที่นี่ เลยนะครับ
ภาพรวมของระบบ

รูปที่ 1 ภาพรวมคร่าวๆ ของระบบ
VPN แบบ Gateway to Gateway
ก่อนทำการเริ่ม
คุณจะต้องรู้ค่าต่างๆ ของระบบเครือข่ายคุณดังนี้
-
IP LAN และ IP WAN (หรือ
ชื่อ Dynamic DNS ที่ขอมา
ของทั้งสองฝั่ง
-
Network pre-shared key ที่จะใช้ในการยืนยันระหว่าง
VPN Router ทั้งสองตัว ซึ่งในตัวอย่างในคู่มือนี้ใช้
123456789 เป็น pre-shared
key
เมื่อคุณมีข้อมูลดังกล่าวนี้
คุณจำเป็นต้อง Login เข้าไปใน
VPN router แต่ละตัวและทำการสร้างการเชื่อมต่อ
VPN โดยใช้หน้าจอ VPN Wizard

ตารางที่ 1 ข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบก่อนการสร้างการเชื่อมต่อ
VPN
1.
การปรับแต่งตัวอุปกรณ์สำหรับฝั่ง
LAN A

1.1
Login โดยใช้ username และ
password ของคุณ

1.2
เข้าหน้าจอ VPN Wizard หลังจากนั้นให้กด
[NEXT]

1.3
ใส่ค่า
-
What is the new Connection
Name? VPNtoOffice
-
What is the pre-shared key?
123456789
-
This VPN tunnel will connect
to: A remote VPN Gateway
หลังจากนั้นให้กด
[Next] เพื่อทำงานต่อ

1.4
ในหน้าถัดไป ให้ใส่ WAN IP
ของ ระบบเครือข่าย B ซึ่งนั่นก็คือ
22.23.24.25 แต่ถ้าคุณไม่มี
IP จริงก็ให้สมัครขอใช้บริการ
DynamicDNS (dynamicdns.com)
แล้วนำชื่อที่ได้มาใช้ได้เช่นเดียวกัน
ดังจะเห็นในรูปด้านล่าง

1.5
หลังจากนั้นให้ใส่หมายเลข
NETWORK ID ของ LAN B ต่อจากนั้นให้กด
[Next]

1.6
หลังจากที่ผ่านขั้นตอน VPN
Wizard ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
ระบบจะแสดงค่าต่างๆ ที่เราได้ทำการใส่ค่า
ให้ตรวจสอบให้ถูกต้องจากนั้นกด
[Done] ซึ่งหลังจากที่กด
[Done] เสร็จแล้ว ก็ให้กด
[Edit]


1.7
เราต้องแก้ไขข้อมูลอยู่สองส่วนด้วยกันนั่นก็คือส่วนของ
Local LAN และส่วนของ IKE
ตามภาพด้านล่าง
-
ทำการแก้ไข Single/Start
address จาก 192.168.0.1
ซึ่งเป็น IP Address ของตัว
ADSL Modem Router ให้เป็น
192.168.0.0 ซึ่งเป็น NETWORK
ID ของ LAN A นั่นเอง

-
ให้ทำการแก้ไขในส่วนของ IKE
โดย
o
แก้ไข Local Identity Type
ให้เป็น: Fully Qualified
Domain Name
o
แก้ไข Local Identity Data
ให้เป็น: branch-media.dyndns.org
o
แก้ไข Remote Identity Type
ให้เป็น: Fully Qualified
Domain Name
o
แก้ไข Local Identity Data
ให้เป็น: office-media.dyndns.org

หลังจากนั้นให้กด
[Apply] เป็นอันเสร็จสำหรับการปรับแต่งค่า
VPN สำหรับ LAN A
2.
การปรับแต่งตัวอุปกรณ์สำหรับฝั่ง
LAN B

หลังจากที่คุณได้ทำการติดตั้งและปรับแต่ค่าสำหรับ
LAN A ไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงวิธีการติดตั้ง
LAN B ซึ่งวิธีการทำจะเหมือนกับ
LAN A ครับเพียงแต่ว่าเราต้องทำการเปลี่ยนค่า
IP, และชื่อ DynamicDNS ซักนิดหน่อยโดยการนำค่าต่างๆ
ที่ว่าของ ฝั่ง LAN A มาใส่ในตัว
ADSL Modem Router ที่ฝั่งของ
LAN B ซึ่งผมจะขอไม่แสดงรูปนะครับ
โดยคุณอาจจะดูรูปที่ผ่านมาเพื่ออ้างอิง
-
VPN Wizard Step 1 of 3:
Connection Name and Remote
IP Type
o
What is the new connection
name? VPNtoBranch
o
What is the pre-shared key?
123456789
o
This VPN tunnel will connect
to: A remote VPN Gateway
-
VPN Wizard Step 2 of 3:
Remote WAN IP or Internet
Name
o
What is the remote WAN?s
IP or Internet Name? branch-media.dyndns.org
-
VPN Wizard Step 3 of 3:
Secure Connection Remote
Accessibility
o
IP Address: 192.168.0.0
o
Subnet: 255.255.255.0
-
ทำการแก้ไข VPN Policy สำหรับส่วนของ
Local LAN
o
ทำการแก้ไข Single/Start
address จาก 192.168.1.1
ซึ่งเป็น IP Address ของตัว
ADSL Modem Router ให้เป็น
192.168.1.0 ซึ่งเป็น NETWORK
ID ของ LAN B นั่นเอง
-
ทำการแก้ไข VPN Policy ในส่วนของ
IKE โดย
-
แก้ไข Local Identity Type
ให้เป็น: Fully Qualified
Domain Name
o
แก้ไข Local Identity Data
ให้เป็น: office-media.dyndns.org
o
แก้ไข Remote Identity Type
ให้เป็น: Fully Qualified
Domain Name
o
แก้ไข Local Identity Data
ให้เป็น: branch-media.dyndns.org
3.
ตรวจสอบ VPN Connection
เราสามารถทำการตรวจสอบการเชื่อมต่อ
VPN ได้โดยการเข้าไปที่ VPN
Status -> และกดปุ่ม [VPN
Status] อีกรอบ จะปรากฎหน้าจอดังรูปด้านล่าง
ซึ่งหมายถึงมีการเชื่อมต่อ
VPN ระหว่าง LAN A และ LAN
B เรียบร้อยแล้ว

4.
การทดสอบการทำงานของ VPN
Connection
สำหรับการทดสอบการทำงานของ
VPN นั้น คุณอาจจะทำการใช้คำสั่ง
ping จากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งในระบบเครือข่าย
LAN A ซึ่งจะมี IP Address
อยู่ในช่วง 192.168.1.XXX
ping ไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่อยู่ในระบบเครือข่าย
LAN B ซึ่งจะมี IP Address
อยู่ในช่วง 192.168.0.XXX
โดยจะต้องมีการตอบกลับ (Reply)
จากเครื่องที่อยู่ในระบบเครือข่าย
LAN B โดยสิ่งสำคัญก่อนที่จะทำการทดสอบการทำงานของ
VPN นั้น คุณจะต้องทำการปิดการทำงานของโปรแกรมจำพวก
Firewall ที่อยู่บนเครื่องทั้งสองเครื่องที่จะทำการทดสอบก่อน
เช่น Windows Firewall หรือ
Norton Security Firewall
เป็นต้น