|
THX
หรือ Tomlinson Holman's experiment
คือชื่อที่ตั้งขึ้นโดย Lucas
Arts Entertainment สำหรับคุณภาพมาตรฐานของเสียงในฟิล์ม
ทั้งภายในโรงภาพยนตร์ (THX) หรือภายในบ้าน
(Home THX) THX ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ระบบ
หรืออุปกรณ์ใดๆ แต่เป็นชุดคำสั่งมาตรฐานสำคัญทางเทคนิคสำหรับการสร้างเสียงซาวน์แทร็กลงในฟิล์มภาพยนต์ให้มี
และแยกมิติของเสียงได้รอบทิศทาง โดยการปรับแต่งเสียงในห้องบันทึกเสียง
ฉะนั้นถ้าคุณอยากได้ภาพยนต์ที่มีคุณภาพเสียงระดับ
THX ก็เพียงดูจากปกของแผ่นภาพยนต์ที่คุณเลือกซื้อ
และกับ ลำโพงหรือเครื่องขยายเสียงที่มีคุณสมบัติในการถอดรหัส
THX และสิ่งที่สำคัญอีกอย่งคือการจัดวางลำโพงให้อยู่ในมุม
และองศาที่เหมาะสม เพียงเท่านี้ก็พร้อมที่คุณจะได้ระเบิดพลังเสียงคุณภาพระดับ
THX ในบ้านคุณอย่างง่ายดาย |
|
|
ระบบเสียงแบบ
DTS นี้ยังสามารถที่จะแบ่งแยกย่อยได้อีกหลายประเภท
ซึ่งสามารถดูรายละเอียดต่างๆ ได้ดังนี้ |
|
|
|
ระบบ
DTS นี้ย่อมาจากคำว่า
Digital Theater
Systems ซึ่งเป็น เครื่องหมายการค้าของ
Digital Theater Systems, Inc ความหมายของระบบนี้ถ้าแปลตรงตัวก็คือระบบที่เหมาะสำหรับโรงภาพยนตร์
สามารถส่งสัญญาณในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอล
โดยระบบ DTS
NEO:6 นี้จะเป็นการส่งสัญญาณเสียงที่เน้นลำโพงแบบ
2 ช่องสัญญาณเป็นหลัก คือลำโพงทั้งซ้ายและขวา
ผสมผสานกับช่องสัญญาณเสียงเซอราวนด์รอบข้างในแบบ
5.1 แชนแนล ทำให้เกิดเสียงที่มีมิติรอบตัวของผู้ฟัง
ระบบเสียงนี้สามารถที่จะรับฟังได้จากต้นกำเนิดเสียงอย่างเครื่องเล่นซีดีทั่วไป
เทปและอุปกรณ์อื่นๆ ที่หลากหลายรวมทั้งระบบโฮมเธียเตอร์และระบบออดิโอในรถ
|
|
|
|
 |
ส่วนระบบ
DTS 5.1 Discrete
นี้นั้นจะมีการทำงานในแบบ 5.1 แชนแนล
คือช่องสัญญาณเสียงที่มาจากด้านซ้าย
เซ็นเตอร์ ขวา เซอราวนด์ซ้าย เซอราวนด์
ขวาและซับวูเฟอร์ โดยแต่ละช่องสัญญาณ
เสียงจะส่งคลื่นเสียงมายังรอบๆ ตัวผู้ฟัง
ซึ่งจะให้เสียงที่เซอราวนด์ โดยระบบเสียงแบบนี้สามารถสร้างความบันเทิงได้จากการฟังเพลงและการชมภาพยนตร์เรื่องโปรด
|
|
|
|
|
ระบบเสียงแบบ
DTS ES
นี้ คงมีหลายคนที่รู้จักค่อนข้างดี
ซึ่งในการทำงานนั้นจะคล้ายๆ กับระบบ
DTS 5.1 Discrete แต่จะมีการเพิ่มช่องสัญญาณเสียงทางด้านหลังเข้ามาอีกตัวเพื่อมิติของเสียงที่ดียิ่งขึ้น
โดยจะผสมผสานกับช่องสัญญาณเสียงจากตัวเซ็นเตอร์
และลำโพงตัวอื่นๆ พูดง่ายๆ ระบบเสียงนี้จะมีการทำงานในแบบ
6.1 แชนแนล ถือเป็นระบบเสียงอีกแบบที่น่าจับตามอง |
|
|
|
|
ระบบเสียงสุดท้ายของ
DTS ที่ขอแนะนำคือ ระบบเสียงแบบ DTS
96/24 ที่ถือเป็นระบบเสียงแบบ
5.1 แชนแนลที่มีการส่งสัญญาณเสียงอย่างเต็มกำลังและมีระบบเสียงที่เซอราวนด์รอบทิศทาง
ให้เสียงที่มิติ อีกทั้งระบบเสียงนี้สามารถที่จะให้เสียงที่มีพลังและมีความคมชัดที่ดี
เพราะมีคุณภาพเสียงแบบ 96kHz/24 บิต
ซึ่งเป็นระบบเสียงคุณภาพสูงและมีอยู่ในอุปกรณ์ราคาแพงๆ
ระบบเสียงแบบนี้จะพบได้ในระบบ DVD เหมาะสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ในปัจจุบัน
|
|
|
Dolby
Surround
หรือระบบ PROLOGIC
คือระบบเสียงที่ประกอบไปด้วย ทิศทางของลำโพงที่อยู่ด้านหน้าคือ
Center และคู่หน้า
Surround (อยู่ซ้าย
และขวา) พร้อมลำโพงคู่หลัง คือ Surround
หลัง (แต่เป็น Mono) และมีตู้ SUB
รวมเป็น 4.1 แชนแนล
ส่วน Dolby
Digital หรือระบบ AC-3
คือระบบเสียงที่ประกอบไปด้วย ทิศทางของลำโพงที่อยู่ด้านหน้า
คือ Center และคู่หน้า
Surround (อยู่ซ้าย
และขวา) พร้อมลำโพงคู่หลัง คือ Surround
หลัง (แต่เป็น Stereo) และมีตู้ SUB
รวมเป็น 5.1 แชนแนล
|
|
|
|
Phase
Plug |

|
Phase
Plug
คือส่วนประกอบที่เป็นอะลูมิเนียมที่ได้ถูกติดไว่ที่ส่วนกลางของลำโพงรุ่น
Z-5500 Digital, Z-2300 และ Z-4 satellites
ในการติดตั้งลงไปในลำโพงทั้ง 3 รุ่นนี้เพื่อให้เสียงที่ผ่านออกมาทางดอกลำโพงนั้น
หลีกเลี่ยง การบีบอัดของเสียงซึ่งลำโพงทั่วไปจะต้องเจอ
และทำให้ผู้ใช้งานลำโพงทั้ง 3 รุ่นนี้
สามารถปรับระดับ การทำงานของเสียงทุ้มและต่ำไม่ให้ดัง
ก้องกังวานจนเกินกว่าที่ผู้ใช้ต้องการได้เพียงการปรับแต่งจากชุดลำโพงของรุ่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย
|
| |
FDD2
Technology |
Logitechs
FDD เป็นเทคโนโลยีแบบ Dual Driver
ที่สามารถขจัดเสียงรบกวน ออกด้วยคุณสมบัติพิเศษ
จุดเด่นที่มีDriver
2 ตัว จึงให้คุณภาพเสียงที่มีความเรียบเนียไร้
ซึ่งเสียงรบกวน
|
| |
Dual
Chamber Subwoofer |
ด้วยการออกแบบ
Subwoofer แบบ Dual Chamber Subwoofer
จึงทำได้พลังของเสียง Bass
ที่นุ่มลึกสะใจทุกรายละเอียดของเส้นเสียง
และด้วยขนาดที่ลงตัวไม่เปลืองพื้นที่ในจัดวาง
|
| |
ระบบเสียงรอบทิศทาง
ลำโพงมีการทำงานอย่างไร? |
| ในการติดตั้งสเตอริโอ
เสียงรอบทิศทางเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้การฟังเพลง
หรือดูหนังในห้องดูมีสเน่ห์ ระบบเสียงรอบทิศทางต้องประกอบด้วย
ลำโพงหน้า 2 ตัว ลำโพงหลัง 2 ตัว และซับวูฟเฟอร์
1 ตัว ซึ่งมีหน้าซ้าย, หลังซ้าย, หน้าขวา,
หลังขวา และซับวูฟเฟอร์สำหรับเสียงเบส
ส่วนพวกแหล่งเสียงเช่น หนัง DVD และเกมส์PC
จะถูกแบ่งเสียงตามช่องต่างๆ ตัวอย่างเช่น
เวลาดูหนังDVD แล้ววัตถุเข้ามาใกล้ๆจอ
เสียงก็จะมีความดังเพิ่มมากขึ้น จากลำโพง
2 ตัวหน้า และเวลาที่วัตถุใกล้เข้ามาอีก
เสียงก็จะดังเพิ่มขึ้นจากลำโพงหลัง
และเวลาวัตถุเริ่มผ่านไปเสียงจากลำโพงหน้าก็จะเบาลง
และเวลาวัตถุเริ่มจางและหายไปจากจอ
ลำโพงหน้าหลังก็จะดังขึ้น การใช้ประโยชน์เสียงจากเสียงทุกช่องทางจะสร้าง
การเคลี่อนของเสียงได้ให้กับผู้ฟัง |