VPN
ย่อมาจากคำว่า Visual Private
Network ครับ แปลง่ายๆ ภาษาผมเองก็คือ
Visual = เสมือน, Private =
ส่วนตัว, Network = เครือข่าย
พอเอามารวมกันก็ได้ว่า เครือข่ายส่วนตัวเสมือครับ
เอาไว้เชื่อมต่อระบบเครือข่ายสองเครือข่ายที่อยู่ต่างที่กันผ่านระบบ
Internet โดยการมีการเข้ารหัสของข้อมูลก่อนที่จะส่งออกไปครับ
และสำหรับฝั่งที่รับข้อมูลก็ทำการถอดรหัสข้อมูลนั่นไงครับ
ข้อดี
ยอมให้คุณเชื่อมต่อสองเครือข่ายเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องมีสายจำพวก
lease line ที่ค่าเช่าต่อเดือนสูงลิบลิ่ว
พวกที่ดักจับข้อมูลระหว่างทางไม่สามารถทำได้
ก็มันเข้ารหัสนี่ครับ ถ้าพวกนี้ได้ข้อมูลไปก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง
และถ้าคุณมี VPN Client Software
ด้วยนะ คุณสามารถเชื่อมต่อระบบของคุณได้ทุกที่ทุกเวลาเลย
ข้อด้อย
แน่นอนครับ
อาจจะมีความยุ่งยากในการติดตั้งมากกว่าระบบที่ไม่มีความรักษาความปลอดภัย
ระบบ?VPN ของบริษัทผมนั้นจะแบ่งออกเป็นสองชนิดในการเชื่อมต่อด้วยกันครับ
อย่างแรกเค้าเรียกว่า Client-to-Box
ครับ ลักษณะของมันก็คือการที่ด้านหนึ่งนั้นเป็นกล่อง
VPN router ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็น
VPN client software ครับ
และสำหรับอีกระบบนั้นเค้าจะเรียกว่า
Server-to-Server หรือ Box-to-Box
ครับ โดยที่ลักษณะของมันก็คือการเอา
VPN router ไปวางไว้ยังทั้งสองฝั่งของระบบเครือข่ายที่ต้องการจะทำการเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี
VPN ครับ ลองดูรูปประกอบน่าจะเข้าใจมากกว่านะครับ
รูปที่
1. การเชื่อมต่อแบบ client-to-box?
รูปที่
2. การเชื่อมต่อแบบ box-to-box

หลักการทำงาน
เอาเป็นแบบคร่าวๆ
แล้วกันนะครับ สำหรับการทำงานของระบบ
VPN นี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ
-
ตัว VPN box จะถามก่อนว่าคุณคือใคร
ใช่บุคคลที่อนุญาติให้เชื่อมต่อระบบหรือไม่
-
ถามว่าเป็นใครแล้วยังไม่พอครับ
แล้ว password ในการเชื่อมต่อหละคืออะไร
-
หลังจากที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข้อ
1 และ 2 กันถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
VPN box ก็จะทำการสร้างท่อเสมือนบนระบบเครือข่าย
internet ซึ่งมีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนทำการส่งข้อมูลออกไป
เช่นถ้าคุณต้องการส่งคำว่า
I Love You แล้วหละก็ เวลาที่
VPN box ส่งข้อมูลออกไปอาจจเป็นคำว่า
*#^IUY*&EU@*&*
ซึ่งใครจะไปอ่านออกหละครับ
จริงไหม๊!
-
พอได้ VPN box ได้รับข้อมูล
*#^IUY*&EU@*&*
มันก็จะเอาไปถอดรหัสกลับมาเป็นคำว่า
I Love You อีกทีนึงครับ
|
| |
|