Home Product Price Service & Support Download About us Dealer Zone Site Map
All Tip&Technique
ประจำปี  2547
ประจำปี  2548
 
 
ไอทีช่วยประเทศยากจนรุ่งเรืองขึ้นได้ : บทความพิเศษจาก"ไมเคิล เดลล์"
 

     ผู้จัดการออนไลน์ยินดีนำเสนอบทความพิเศษโดยมร.ไมเคิล เดลล์ ประธานกรรมการบริษัท เดลล์ อิงค์ ยักษ์ใหญ่ผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีอันดับหนึ่งของโลก ภายใต้ชื่อบทความที่น่าสนใจว่า "ไอทีช่วยประเทศยากจนรุ่งเรืองขึ้นได้"


     จริงหรือไม่ เชิญค้นหาคำตอบในบทความต่อไปนี้

     ประมาณสองในสามของประชาชนในสหรัฐอเมริกามีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์อย่างสะดวก แต่กับประเทศแถบทะเลทรายซาฮาร่าในแอฟริกา มีประชาชนไม่ถึงสองคนจากหนึ่งร้อยคนที่เข้าถึงคอมพิวเตอร์ การลดช่องว่างทางสังคมดิจิตอล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้ จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างยิ่ง

     เทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนผลผลิตและการเติบโตของเศรษฐกิจ จากรายงานของบริษัทแม็คคินซี่ McKinsey พบว่า ภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับไอทีในเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงระหว่างปี 1993 ถึงปี 2000 สูงถึงกว่า 36 % ทั้งที่มีอัตราส่วนในผลผลิตมวลรวมของประเทศเพียง 8 %เท่านั้น อีกหนึ่งงานวิจัยจาก ITU (International Telecommunications Union) แห่งองค์การสหประชาชาติ พบว่า อัตราการเติบโตของผลผลิตมวลรวมของประเทศที่เพิ่มขึ้นกว่า 27 % จากกลุ่มผู้นำอุตสาหกรรมทั้งเจ็ด (Group of Seven) ในช่วงปี 1995 จนถึงปี 2003 นั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการลงทุนด้านไอทีเป็นหลัก โดยตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงตำแหน่งงานที่ได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในทุกส่วนในขณะนี้

     ปัจจุบันมีประเทศกำลังพัฒนาบางแห่งที่กำลังได้รับประโยชน์จากไอทีอย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น ประเทศอินเดียสามารถสร้างรายได้กว่า 21 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จากอุตสาหกรรมด้านไอที เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 15 ปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 150 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ที่สำคัญในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แรงงานในอุตสาหกรรมไอทีของอินเดียเพิ่มขึ้นจาก 6,800 คน กลายเป็น 1 ล้านคนอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศจีนที่ปัจจุบันส่งออกสินค้าไอทีมากกว่าประเทศอื่นใดในโลก หรืออย่างประเทศมาเลเซียซึ่งมีจำนวนประชากรเพียง 25 ล้านคน แต่กลับสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 10 ในกลุ่มประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ซึ่งโดยมากเป็นผลพวงมาจากการลงทุนด้านไอทีทั้งสิ้น

     แต่ใช่ทุกประเทศจะเหมือนกับจีน มาเลเซีย หรืออินเดีย เพราะกับประเทศอย่างปารากวัย บังคลาเทศ หรือสาธารณรัฐชาด เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศกลับกลายเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างยิ่ง การพัฒนาอุตสาหกรรมไอทีในประเทศเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก และแฝงไปด้วยความท้าทายมากมายในแต่ละก้าว ขณะเดียวกันบางประเทศกลับสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จได้อย่างดี อย่างเช่นที่สิงคโปร์ซึ่งประกาศจุดยืนการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีชั้นสูงตั้งแต่ปี 1991 โดยได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน เช่น การสร้างเครือข่ายบรอดแบนด์ระดับชาติ และปลดล็อกกฎเกณฑ์การห้ามถือหุ้นเกิน 49 %ในบริษัทเอกชนที่ให้บริการระบบโทรคมนาคมสาธารณะ โดยปัจจุบันสิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยี และได้รับการจัดอันดับจาก World Economic Forum ให้อยู่ลำดับที่ 2 เมื่อมองในด้านความสามารถในการมีส่วนร่วมและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร

     ไอร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยรัฐบาลได้เดินหน้าแผนงานด้านสังคมในยุคข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ช่วงปี 1999 และผลักดันแนวคิดในการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยสำหรับเทคโนโลยีเฉพาะด้านต่างๆ อีกทั้งรัฐบาลของไอร์แลนด์ยังชักจูงใจนักลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ อย่างเช่นที่เดลล์ได้ตัดสินใจลงทุนในไอร์แลนด์เมื่อปี 1990 โดยปัจจุบันเดลล์ถือเป็นหนึ่งในบริษัทไอทีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์จากจำนวนบริษัทไอทีทั้งหมดกว่า 1,300 บริษัท

     สำหรับแนวทางที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถใช้เพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไอทีให้ก้าวหน้าและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่อันดับแรกควรเริ่มที่การปรับปรุงระบบการศึกษาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับสูง และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาฝีมือเพื่อรองรับศตวรรษที่ 21

     ขั้นตอนต่อมา คือ การมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ โดยการส่งเสริมการพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารที่หลากหลายให้พร้อมให้บริการ เพราะบรอดแบนด์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมบรอดแบนด์แบบไร้สาย จะช่วยให้ประเทศเหล่านี้สามารถก้าวทันโลกปัจจุบันได้ดีขึ้น

     และลำดับสุดท้าย รัฐบาลของประเทศเหล่านี้ควรเปิดกว้างสำหรับตลาดสินค้าไอที ด้วยมาตรการจูงใจด้านภาษีและกฎเกณฑ์รอบด้านต่างๆ โดยวิธีนี้จะช่วยดึงดูดเงินลงทุนก้อนใหม่จากต่างชาติและสร้างงานในประเทศได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในประเทศ และกดดันผู้ผลิตในประเทศให้มีความแข็งขันในการพัฒนาคุณภาพและตั้งราคาให้เหมาะสมกับตลาดมากยิ่งขึ้น

     นอกจากนี้ภาคเอกชนเองก็ควรมีบทบาทในการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิตอลต่างๆ ซึ่งหากจะเรียกว่าเป็นโอกาสสองต่อก็ว่าได้ ต่อแรกคือการนำเสนอโซลูชันด้านไอทีเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วไปให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยในลาตินอเมริกาที่กำลังมองหาตลาดเล็กๆ เฉพาะด้านซักแห่ง หรือคุณหมอในแอฟริกาที่ต้องการค้นหาข้อมูลเพื่อจัดการกับโรคร้ายที่เห็นไม่บ่อยนัก โอกาสอีกต่อหนึ่งก็คือ การขยายอัตราการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิตอลถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มยอดขายและกำไรของบริษัท ยิ่งมีจำนวนผู้คนหันมาใช้อุปกรณ์ไอทีที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งมีความต้องการเกี่ยวกับบริการด้านไอทีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

     เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยทำให้โลกใบนี้มีความมั่งคั่งและเป็นโลกที่ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังมีประชากรอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลกที่ไอทีเป็นเพียงแค่เรื่องในฝันที่ดูจะห่างไกลเหลือเกิน การทำความฝันให้เป็นจริงจึงถือเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ทุกคนในโลกไอทีควรให้การสนับสนุน

บทความจาก : ผู้จัดการออนไลน์

   
Alliance & Link Corporation Product List Price Update Service & Support Contact us About us Download Webboard
 Copyright© 2000-2012 Alliance & Link Corporation Co.,Ltd. All rights reserved.