| เชื่อหรือไม่?
เพิ่มศักยภาพให้คอมพ์ได้ง่าย ๆ ผ่าน Jumper
Dip Switch สะพานไฟแห่งชีวิตคอมพ์ของคุณ
สิ่งที่หลายคนกลัวนักหนากำลังจะถูกเปิดเผย
ความจริง...
วันเวลาผ่านไปเทคโนโลยีก้าวหน้าไปเรื่อย
ๆ ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์มีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก
หลายคนเลือกที่ซื้ออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์มาประกอบเอง
หรือให้ทางร้านประกอบให้ แทนที่จะซื้อจากบริษัทขายคอมพิวเตอร์
Brandname ปัญหาที่ตามมาคือเราจะประกอบอุปกรณ์แต่ละชิ้นเข้าไป
ได้อย่างไร? หรือในกรณีที่ร้านค้าประกอบให้เรา
เคยคิดบ้างไหมว่าร้านค้านั้นประกอบให้เราถูกต้องหรือเปล่า
? ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เราแล้วสามารถดึง
ประสิทธิภาพออกมาเต็มที่หรือเปล่า ? บ่อยครั้งที่ผมเองก็พบว่าช่างที่ร้านติดตั้งตัว
Jumper บนเมนบอร์ดผิด สับ Dip Switch ผิด
อันจะเกิดจากช่างไม่มีประสบการณ์ หรือหลงลืมไปชั่วขณะก็ไม่อาจทราบได้
แต่สุดท้ายก็ผิดไปแล้ว
Jumper & Dip
Switch อุปกรณ์น่าสะพรึงกลัว
ผมเชื่อได้เลยว่าเพื่อน
ๆ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Jumper, Dip Switch
มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า เซ็ตอย่างไร
หรืออาจจะไม่กล้าไปยุ่งกับมัน อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย
และจำเป็นมาก ๆ ที่เราจะต้องรู้ไว้บ้าง
พวก Jumper, Dip Switch ต่าง ๆ เหล่านี้จริง
ๆ มีหน้าที่สำหรับกำหนดการทำงาน ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ทำหน้าที่ต่างกันออกไป
จะเห็นตัวอย่างหน้าที่ชัดเจนก็บน เมนบอร์ดรุ่นหนึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้มี
FSB (Font Side Bus) ความเร็วเท่าไร 66,100,133
MHz จะให้ตัวคูณ (Multiple) ของ CPU เท่าไร
? เพื่อให้เมนบอร์ด รุ่นนั้น ๆ สามารถรองรับการทำงานของ
CPU ได้มากที่สุด แล้วก็เป็นหน้าที่ของช่าง
หรือเราเองที่จะต้องมานั่งเซ็ตให้ตรงกัน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
ในวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องที่เกี่ยวกับพวก
Jumper ต่าง ๆ ที่อยู่บน เมนบอร์ด, Hard
Drive , CD-ROM Drive กันว่าสามารถเซ็ตอะไรได้บ้าง
Jumper บน เมนบอร์ด
เมนบอร์ดถือว่าเป็นส่วนที่มี
Jumper ให้เซ็ตติดตั้งอยู่มากพอสมควร เมนบอร์ดรุ่นใหม่
ๆ พยายามจะลดความยุ่งยากในส่วนนี้จึงพยายาม
ทำเทคโนโลยีที่เรียกว่า "Jumper Less"
คือมี Jumper ให้น้อยที่สุดหรือ ไม่มีเลย
แล้วย้ายการเซ็ตค่าต่าง ๆ ไปเป็นส่วน Software
หรือบน Bios ที่เรียกว่า "Soft Menu"
เพื่อให้ผู้ใช้งานยังคงสามารถปรับแต่งค่าต่าง
ๆ ได้ จากเดิมที่รูปร่างหน้าตาของ Jumper
เป็นขาทองแดงแล้วใช้พลาสติกเล็ก ๆ ซึ่งข้างในมีแผ่นโลหะเป็นตัวเชื่อม
เมนบอร์ดบางรุ่นก็เปลี่ยนมาเป็น Dip Switch
ที่ปรับแต่งได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า และดูไม่น่ากลัวแทน
วิธีการเซ็ต Jumper ส่วนใหญ่จะเป็นการเชื่อมขาทองแดงเข้าด้วยกัน
ซึ่งต้องอาศัยตัวเชื่อมที่เป็นลักษณะพลาสติกตัวเล็ก
ๆ ที่ข้างในจะเป็นทองแดง เป็นสื่อให้ขาทองแดงทั้งสองเชื่อมถึงกัน
และพลาสติกรอบข้างทำหน้าที่เป็น ชนวนป้องกันไม่ให้ทองแดงไปโดนขาอื่น
ๆ
Dip Switch
ส่วนวิธีการเซ็ต
Dip Switch ก็ง่าย ๆ ให้เรานึกถึง Switch
ไฟธรรมดาที่มีการปิดและเปิด ซึ่งจริง ๆ
แล้วทั้ง Jumper และ Dip Switch นั้นต่างมีจุดมุ่งหมายเหมือนกันตรงที่ทำงานเปรียบเสมือน
Switch ธรรมดา มีสภาวะเปิดและปิด (Open
and Close) เพื่อให้การเชื่อมและตัดวงจรนั้นเป็นตัวบอกให้เมนบอร์ด
รู้ว่าเราต้องการให้ทำงานอย่างไร
ตัวอย่าง Jumper
และ Dip Switch บนเมนบอร์ด
อันที่จริงแล้วเวลาเราจะเช็ท
Jumper หรือ Dip Switch เราจำเป็นต้องอ่านคู่มือเมนบอร์ดให้ดี
ๆ ก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าเรากำลังจะเซ็ตอะไร
เซ็ตตรงไหน อย่างไร และได้ค่าอะไรนะครับ
ภาพด้านข้างนี้เป็นตัวอย่าง Layout ของเมนบอร์ดของ
Soltek SL-75JV บนเมนบอร์ดที่สำคัญ ๆ หลัก
ๆ ที่เราต้องเซ็ตก็คือเรื่องของ FSB (Font
Side Bus) และ Multiple ของ CPU เพื่อให้เมนบอร์ดทำงานสอดคล้องกับ
CPU ที่เรานำมาติดตั้ง จากตัวอย่างทั้งสองส่วนนี้เป็นการเซ็ตแบบ
DIP Switch ซึ่ง SW1 เป็นการเซ็ต FSB (Font
Side Bus) และ SW2 เป็นการเซ็ต Multiple
(ตัวคูณ) ตามคู่มือเมนบอร์ดเป็นดังตารางที่
1 และ 2 เมนบอร์ดที่นำมาเป็นตัวอย่างนี้รองรับการทำงาน
CPU ตระกูล AMD เพราะฉะนั้นหากผมต้องการนำเอา
CPU Athlon Thunderbird ความเร็ว 850 MHz
มาติดตั้งบนเมนบอร์ดรุ่นนี้ผมต้องเซ็ต SW1
CPU Clock = 100 MHz ซึ่งต้องปรับ DIP 1-5
บน SW1 เป็น Off On Off Off On ตามลำดับ
ส่วน SW2 ต้องเลือก Multiple 8.5x เพราะฉะนั้นต้องเซ็ต
DIP 1-4 บน SW2 เป็น Off Off On Off
 |
มีการเซ็ต
Jumper หนึ่ง ที่เราน่าจะรู้ไว้ว่าอยู่ตรงส่วนไหนของเมนบอร์ด
คือ การ Clear CMOS Data เอาไว้เวลาที่เรา
Update CMOS Version ใหม่ ๆ หรือว่าหากเกิดปัญหาจากการที่เราเข้าไป
Set ค่าต่าง ๆ ใน BIOS แล้วทำให้
BOOT ไม่ได้ เราจะได้ใช้ Jumper Clear
CMOS DATA ทำการ Clear ค่าต่าง ๆ
ใน BIOS ให้กลับไปอยู่ในสภาวะเริ่มต้นเหมือนค่าที่ถูกเซ็ตจากโรงงานนะครับ
สำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้ตัว Jumper
นี้จะอยู่ที่ JBAT1 ดังรูป
สภาวะปกติตัว
Jumper จะเชื่อมอยู่ที่ขา 1-2 หากเราต้องการ
Clear CMOS Data เราต้องย้าย Jumper
มาที่ 2-3 แต่อย่าลืมนะครับว่าต้องทำการย้าย
Jumper ขณะปิดเครื่อง และตามคู่มือบอกว่าแค่เราย้ายมาก็จะ
Clear CMOS แล้วไม่ต้องเปิดเครื่อง
จากนั้นทำการย้ายกลับไปยัง 1-2 แล้วทำงานตามปกติ |
| |
 |
Jumper
บน Hard Drive และ CD-Rom Drive
หน้าที่หลัก
ๆ ของ Jumper ใน Hard drive และ CD-Rom
Drive ก็คือการเซ็ตว่า Drive นั้นเป็น Master
หรือ Slave หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มงงว่าอะไร
Master อะไร Slave จะขออธิบายคร่าว ๆ ดังนี้นะครับว่าปัจจุบัน
Drive จำพวก Hard Drive และ CD-Rom Drive
นั้นจะมีมาตรฐานการต่อแบบ IDE ซึ่งบนเมนบอร์ดส่วนใหญ่จะมีช่องต่อ
IDE สองช่องซึ่งเรียกว่า Primary และ Secondary
แต่ละช่องก็จะต่อ Drive ได้ 2 Drive นั้นหมายความว่าเครื่องโดยทั่วไปจะสามารถใส่
Hard drive และ CD-Rom Drive รวมกัน 4 ตัว
เนื่องจาก 1 ช่อง IDE สามารถต่ออุปกรณ์ได้
2 ตัวนี้แหละครับที่ทำให้เราต้องมานั่งเซ็ตว่าจะให้ตัวไหนเป็น
Master ตัวไหนเป็น Slave แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อก็กำหนดต่างกันออกไป
แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังสามารถ ใช้พื้นฐานความรู้ในการเซ็ตเดียวกันได้
สำหรับฮาร์ดดิสก์และไดรฟ์ CD-Rom นั้น ผู้ผลิตมักจะระบุการเซ็ตค่ามาให้
บนตัวมันเอง ใกล้ ๆ กับจุดที่เซ็ตอยู่แล้ว
และการดูก็ไม่ยากเท่าไหร่ เพียงแต่ท่านต้อง
เข้าใจคำว่า Master กับ Slave เท่านั้น
ส่วนค่าอื่น ๆ ที่เห็น เช่น Cable Select
นั้น จะเป็นการใช้งานแบบพิเศษกับ สายเคเบิ้ล
จะเกิดอะไรหากเราเซ็ตไม่ถูกต้อง หรือเซ็ตอุปกรณ์
2 ตัวมาชนกันเอง คำตอบคืออุปกรณ์ไม่ถึงกับเสียหายหรอกครับ
แค่เครื่องของเราก็จะมองไม่เห็นว่า เราได้ติดตั้งตัว
Drive นั้นไปแล้วเท่านั้นเอง พอเราเซ็ตใหม่ให้ถูกต้องทุกอย่างก็จะ
กลับมาเป็นเหมือนเดิมครับ ไม่ต้องกลัวกับการเซ็ต
Jumper พวกนี้นะครับ
สรุป
เรื่องราวของ
Jumper ที่จริงก็คือ ส่วนที่ช่วยให้อุปกรณ์ต่าง
ๆ ทำงานได้หลากหลายหน้าที่ ตรงตามความต้องการของผู้ใช้
ในเมนบอร์ดส่วนใหญ่จะเป็นการเซ็ตว่าขณะนี้ต้องการนำเอา
CPU อะไรมาติดตั้ง จะให้ Disable/Enable
ความสามารถต่าง ๆ ในเมนบอร์ดไม่ว่าจะเป็น
Sound On Board, Vga On Board หรือจะเป็นการ
Clear CMOS Data ส่วนใน Drive ชนิดต่าง
ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hard drive , CD-ROM Drive
จะเป็นการกำหนดบทบาทหน้าที่ ส่วนในอุปกรณ์อื่น
ๆ นั้น เราอาจจะเห็นการเซ็ต Jumper ได้ใน
Card Interface บางประเภท
ทั้งนี้ทั้งนั้นการเซ็ตค่าต่าง
ๆ ต้องอาศัยคู่มือประกอบ เพราะว่าแต่ละอุปกรณ์
แต่ละโรงงานก็จะออกแบบมาไม่เหมือนกัน เซ็ตผิดพลาดก็อาจจะทำให้อุปกรณ์นั้นใช้งานไม่ได้
แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่น่าจะทำให้ถึงกับเสียหายอะไร
เพราะทางโรงงานผู้ผลิตต้องเผื่อเหตุการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว
ขอให้เซ็ตให้ถูกต้องอุปกรณ์ก็น่าจะใช้งานได้
ดังนั้น ไม่ต้องกลัวนะครับของอย่างนี้ ถ้าเราอ่านคู่มือเข้าใจดีแล้วก็ลุยเลยครับ
|