
ALL
in ONE อย่างแท้จริง กับความบันเทิงที่สัมผัสได้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
ด้วย My Cinema-PS3-100 ที่รองรับสัญญาณทั้ง
ดิจิตอล และอนาลอก เปิดโลกความบันเทิงที่สัมผัสได้ง่ายๆ
ด้วยตัวคุณเอง
สวัสดีครับ
เพื่อนๆ ชาว OCZ ทั้งหลาย
สบายดีกันไหมครับ วันนี้ผมก็กลับมาพบกับเพื่อนๆ
ทุกคนอีกเช่นเคยครับ เพราะว่าวันนี้ผมได้รับของมาทดสอบชิ้นใหม่
จึงต้องนำมาเสนอให้เพื่อนๆ
ทุกคนเช่นเคยครับ โดยเพื่อนๆ
ที่สนใจการ์ด TV สำหรับติดตั้งบนสล็อต
PCI น่าจะชื่นชอบกันนะครับ
เพราะการ์ดตัวนี้มีคุณสมบัติที่ดี
และน่าใช้งานเป็นอย่างยิ่ง
แต่จะให้พูดแค่นี้คงจะไม่พอแน่
เอาเป็นว่าไปดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ
ASUS
My Cinema-PS3-100/PTS/FM/AV/RC
เป็นการ์ด TV สำหรับเชื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ
PCI ปกติ หรือจะเรียกกว่าเป็นการ์ด
TV แบบภายในก็ได้ครับ โดยออกแบบมาเพื่อตอบรับกับความบันเทิงผ่านทางสายอากาศยุคใหม่อย่าง
DVB หรือระบบดิจิตอลวีดีโอ
ทั้งทางดาวเทียม และระบบเคเบิล
(บ้านเรายังไม่เปิดใช้งาน)
และยังสามารถใช้กับสัญญาณ
TV แบบอะนาลอก ซึ่งถือเป็นระบบทีวีพื้นฐานในบ้านเราด้วย
นอกจากนี้ยังรองรับระบบ FM
สำหรับการรับฟังวิทยุ และสัญญาณภาพภายนอกผ่านทางช่อง
AV อินพุต เช่นการบันทึกสัญญาณภาพจากกล้องวีดีโอเป็นต้น
จึงสามารถใช้งานแทนการ์ดตัดต่อขนาดใหญ่ได้
|
|
|
| การ์ดขนาดใหญ่บนอินเตอร์เฟส
PCI พื้นฐาน >>>>
|
สำหรับ
My Cinema-PS3-100 (ผมขอเรียกย่อๆ
นะครับ เพราะชื่อยาวเหลือเกิน)
ยังคงเป็นการ์ดขนาดใหญ่บนอินเตอร์เฟส
PCI อยู่ ซึ่งอินเตอร์เฟสนี้ยังคงไม่ห่างหายไปจากเมนบอร์ด
PC ครับ เพราะแม้ว่าจะมีอินเตอร์เฟสที่เร็วกว่าอย่างเช่น
PCI-E ที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง
จนหลายคนคิดว่าอีกไม่นาน PCI
คงจะหายไปอย่างแน่นอน แต่ว่าปัจจุบัน
PCI ก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่ต้องมี
ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ยังคงมีใช้งานอยู่

ด้วยความที่เป็นตัวการ์ดขนาดใหญ่
น้ำหนักค่อนข้างมาก ผมว่าอินเตอร์เฟสแบบ
PCI นี่น่าจะดีกว่า PCI-E 1X
นะครับ เพราะจะได้มีพื้นที่สล็อตมากกว่า
ช่วยกระจายน้ำหนักของตัวการ์ดได้ดีกว่า
ส่วนตัวการ์ดนั้นมาด้วย PCB
สีเขียวแบบดังเดิม ที่เป็นสีเขียวก็เพราะใช้น้ำยาเคลือบ
PCB สีเขียวนั้นเองครับ ไม่ได้หมายความว่า
สีแต่ละสีจะดีจะเด่นแตกต่างกันแต่อย่างใดครับ
ส่วนการวางอุปกรณ์ต่างๆ บนตัวการ์ด
ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีครับ
และไม่กินพื้นที่ของสล๊อตข้างเคียงครับ
|
| |
| TUNER
คู่ รองรับทั้งดิจิตอลและอนาลอก
>>>> |
My
Cinema-PS3-100 เป็นการ์ด TUNER
ที่แปลกกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะมีการติดตั้ง
TUNER มาให้ถึง 2 ตัว โดย TUNER
ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิสก์ที่ติดตั้งอยู่ภายในกล้องป้องกันสัญญาณรบกวน
ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าบนการ์ดมีกล่องที่ว่านี้จำนวน
2 กล่อง โดยแบบออกเป็นกล่อง
TUNER สำหรับ DVB หรือสัญญาณดิจิตอล
และกล่องสำหรับสัญญาณอนาลอกทั่วไป
สาเหตุที่ต้องแยกกัน ก็เพราะมีระบบการเข้ารหัสไม่เหมือนกันนั่นเองครับ

|
| |
| จุดต่อแยกใช้งานได้สะดวก
>>>> |
มาดูจุดต่อบนการ์ดกันบ้างครับ
บนตัวการ์ดจะมีจุดอินพุตต่างๆ
แยกชัดเจน โดยมีจุดอินพุตของสัญญาณระบบดิจิตอลอย่าง
DVB และก็มีจุดต่อสัญญาณสำหรับระบบอนาลอกสำหรับระบบทีวีปกติ
และสุดท้ายยังมีจุดต่อสำหรับระบบ
FM แยกมาให้ใช้งานอีกด้วย ส่วนจุดต่อสำหรับรีโมทจะเป็นช่องเล็กๆ
และมีจุดต่อ AV IN/OUT ที่ใช้งานร่วมกับสายต่อแบบพิเศษอีกด้วย

|
| |
| ควบคุมการทำงานด้วยรีโมท
>>>> |
มาดูที่ระบบควบคุมการทำงานแบบไร้สายกันบ้างครับ
การใช้งานการ์ดทีวีโดยทั่วๆ
ไปแล้วผู้ใช้งานจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นด้วยระบบรีโมทไร้สาย
ซึ่งการ์ดตัวนี้ก็มีมาให้เช่นกัน
โดยเป็นรีโมทไร้สายขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่
AA 2 ก้อน บนตัวรีโมทมีปุ่มที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ
อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ควบคุมได้อย่างสบาย

ส่วนตัวรับสัญญาณจากรีโมท จะเป็นชุดแยกออกมาจากตัวการ์ดซึ่งเราต้องนำไปเสียบที่ตัวการ์ดแล้วนำตัวรับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์มาติดไว้ที่หน้าเคส
หรือโต๊ะคอมก็ได้ครับ ให้หันหน้ามาทางที่เราใช้งานก็พอครับ

|
| |
| อุปกรณ์เสริมครบถ้วน
>>>> |
สำหรับการ์ด
TV ของ ASUS นั้นก็ขึ้นชื่อว่าให้อุปกรณ์เสริมมาครบถ้วนในทุกการใช้งานอยู่แล้วครับ
การ์ดตัวนี้ก็เช่นกันครับ มาในกล่องขนาดใหญ่
พร้อมอุปกรณ์เสริมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมาให้อย่างจุใจครับ
อุปกรณ์ชิ้นแรกเลยก็คือ
เสาอากาศครับ เป็นเสาอากาศขนาดเล็ก
สำหรับ TV ครับ คล้ายๆ เสาหนวดกุ้ง
(บ้านนอกไปไหม) ที่แถมมากับทีวีครับ
ต่างกันตรงที่เป็นเสาต้นเดียว
ที่ยืดหดได้ ปรับมุมได้ และมาพร้อมที่วางแบบตัวดูดสุญญากาศ
ซึ่งถ้าใครใช้โต๊ะกระจกก็จะติดแน่นทนทานนานปีดีครับ

อุปกรณ์ตัวต่อมาก็คือ สายอากาศสำหรับระบบ
FM ครับ โดยเป็นสายไฟเส้นเล็กๆ
ที่เราต้องเอามาติดที่ผนังห้องครับ
คุณภาพการรับสัญญาณดีมาก แม้จะลำบากในการติดตั้งสักนิด
แต่คุณภาพเชื่อขนมกินได้ครับ

อุปกรณ์ถัดไปคือ สาย A/V ครับ
เป็นสายต่อสัญญาณวีดีโอแบบคอมโพสิต
และสัญญาณเสียงเขามาในตัวการ์ดครับ
และยังมีช่องต่อสำหรับวีดีโอแบบ
S-Video ด้วย ซึ่งเราสามารถต่อสัญญาณภาพและเสียงเข้ามาที่ตัวการ์ดเพื่อให้แสดงบนคอมพิวเตอร์
หรือจะนำมาบันทึกเก็บไว้ก็ย่อมได้

สุดท้ายคือแผ่น CD 2 แผ่น โดยเป็นแผ่นโปรแกรมไดรเวอร์
1 แผ่น และแผ่นโปรแกรม PowerCinema
1 แผ่นครับ
|
| |
| Power
Cinema >>>>
|
สำหรับซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรับชมรายการทีวีก็คือ
Power Cinema ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบ
ALL In ONE ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายมาก
และยังทำตัวเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจรอีกด้วย
โดยเราจะได้ซอฟต์แวร์ตัวเต็มที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่
ในการติดตั้งนั้น ให้ติดตั้งการ์ดและไดร์เวอร์ให้เรียบร้อย
จากนั้นจึงลงโปรแกรม Power
Cinema ซึ่งเมื่อติดตั้งเสร็จก็จะเข้าสู้ขั้นตอนการตั้งค่าการใช้งานตามที่เราต้องการ
ถ้าเราตั้งค่าได้อย่างถูกต้องก็จะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับซอฟต์แวร์ตัวนี้ สามารถทำงานเข้ากับรีโมทไร้สายได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นการใช้งานไม่ว่าจะดูทีวี
ดูดีวีดี หรือฟังเพลงก็เป็นเรื่องง่ายๆ
ครับ
|
| |
| คุณภาพสัญญาณดีเยี่ยม
>>>> |
| ระบบของการใช้งานจริงในการทดสอบ
ผมใช้เพียงสายอากาศจากหอพักตามปกติ
เพราะไม่มีระบบ DVB มาให้ทดสอบ
จึงไม่สามารถประเมินค่าในส่วนของสัญญาณดิจิตอลได้
แต่ในส่วนของสัญญาณระบบอนาลอกถือว่ามีความคมชัดดีมาก
ในช่องที่มีสัญญาณดี จะเห็นว่ามีความคมชัด
สีสันที่สดใส ส่วนระบบเสียงก็สามารถทำออกมาได้ดีครับ
โดยที่เราไม่จำเป็นต้องต่อสายสัญญาณเสียงมาเข้าที่ตัวซาวด์การ์ดของเราเหมือนการ์ดทีวีรุ่นเก่าๆ
แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องการดีเลย์ของเสียง
เพราะเท่าที่ทดสอบไม่มีการดีเลย์เกิดขึ้น
ในการใช้งานจะปรากฏว่าบางช่วงภาพมีการกระตุกไปบ้าง
เนื่องจากการเปิดฟังก์ชั่น
TIME SHIFT ไว้ครับ ทำให้ต้องมีการสำรองข้อมูลไว้ด้วย
แต่ก็ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นครับ
และเรายังสามารถบันทึกภาพในขณะที่รับชมรายการทีวีได้ด้วย

|
| |
| บทสรุป
>>>>
|
| สำหรับการ์ดที่ดูแปลกตา
และรูปร่างที่ใหญ่โตนี้ มีคุณสมบัติการใช้งานที่ดี
ฟังก์ชั่นเด่นๆ ของการ์ดตัวนี้คือรองรับระบบสัญญาณภาพแบบดิจิตอล
หรือ DVB ทั้งแบบเคเบิ้ลและแบบดาวเทียม
ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของระบบทีวียุคใหม่
ที่มีความคมชัดสูงเพราะสามารถส่งสัญญาณภาพในระบบ
HD ได้ และยังสามารถส่งสัญญาณเสียงในระบบ
5.1 ได้ด้วย นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ
เพียงแต่บ้านเรายังไม่มีการพัฒนาทางด้านนี้อย่างจริงจังเหมือนต่างประเทศ
แต่คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะมีใช้กันบ้าง
แม้จะไม่มากก็ตามครับ |
| |
ASUS
XG STATION
Contact : : ASUSTek Inc.
|