

เรื่องบรรจุภัณฑ์นั้นก็เน้นความเรียบง่ายมากๆครับ
เน้นใช้โทนสีฟ้าเข้ม
ด้านหน้านั้นก็บ่งออกสรรพคุณไว้อย่างมากมาย
ด้านหลังนั้นก็อธิบายจุดต่างๆบนเมนบอร์ดกัน
ของแถมที่ให้มานั้นก็เยอะมากมายตามแบบฉบับของ
ASUS กันครับ
Motherboard
Detail

ขนาดของบอร์ดนั้นก็จะมีขนาดแบบ
ATX กัน PCB นั้นก็จะใช้โทนสีดำเข้มหรือว่าน้ำตาลไหมนั้นเองครับ
ถ้าดูกันผ่านๆแบบไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดก็คงก็ไม่ทราบว่ามันนี่คือเมนบอร์ดระดับ
WorkStation เลยเชียวนะ

บริเวณด้านหลังของบอร์ดนั้นก็ไม่ได้มีเทคโนโลยี่อย่าง
Stack Cool 2 เหมือนกับบอร์ดรุ่นใหญ่หรือในซีรี
Extreme

CPU ที่รองรับนั้นก็รองรับกันตั้งแต่
Single Core ,Dual
Core และ Quad Core
กันเลย เอาเป็นว่าใส่ได้หมดถ้าเป็น
S.775
ภาคจ่ายไฟสำหรับป้อนพลังงานให้แก่ชีพียูนั้นก็ได้มีภาคจ่ายไฟอยู่เป็นจำนวน
8 เฟสนั้นเอง ถ้าในด้านการใช้งานแล้ว
ภาคจ่ายไฟแค่นี้มันก็พอเพียงแล้วครับ
อย่าไปเทียบกับบอร์ดระดับ
Extreme กันนะครับ
เพราะบอร์ดระดับโหดเค้าออกแบบมาเฉพาะ

แรมที่รองรับสำหรับ
ASUS P5Q WS ก็ยังคงเป็นแรมแบบ
DDR 2 ตามเคยสำหรับความเร็วแรมที่รองรับก็คือ
667, 800, 1066 และ
1200 ในโหมดของการโอเวอร์คล๊อกระบบความจุสูงสุดที่รองรับก็คือ
8GB กันเลยเชียวครับ

ช่องในการต่ออุปกรณ์จัดเก็บหรือจัดการข้อมูลต่างๆนั้นก็จะมี
SATA II มากกันถึง
6 ช่อง ซึ่งมันรองรับการ
ต่อ RAID 0,1,10 (0+1)
และ 5 ด้วยครับ แต่ที่ยังขาดไปไม่ได้กับสมัยนี้ก็จะเป็น
P-ATA หรือ ATA 133
MB/s อีกช่อง

ClockGen Chip

Dual
GBLan บนบอร์ดนั้น
เป็นของ Realtek ที่มี
Teaming Technology
ที่มีให้เห็นได้ตามการ์ดแลนระดับสูง
เรื่องของระบบเสียงนั้นอาจจะไม่อยู่ในขั้นหูทองกันเท่าไรครับ
แต่ถ้าต่อแบดิจิตอลออกไปนั้นก็จะพอได้แล้วครับ
เพราะว่าเรื่อง
คุณภาพของเสียงนั้นมันจะขึ้นอยู่ที่สัญญาณดิบๆและคุณภาพของตัวแอมถอดรหัสเองแล้วครับ

EPU 2

ชิพที่ใช้ในการควบคุม
PCI-X หรือ PCI 64
Bit จาก NEC

อันนี้อย่าเพิ่งคิดกันจริงจังนะครับ
คือถ่านไบออสของยี่ห้อมิตซูมิชิ
ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันเท่าไรในบอร์ดทั่วๆไปในตลาดที่ขายๆกัน
แต่สมัยก่อนใช้กันเยอะเลยครับ
สงสัยแพง


ฮีทซิงค์ระบายความร้อนซิพเซ็ทรวมถึงภาคจ่ายไฟบางส่วนก็ได้มีท่อฮีทไปท์เข้ามาช่วยในการระบายความร้อนด้วยครับ
ตัวฮีทซิงค์นั้นมันทำมาจากอลูมิเนียมแล้วนำไปชุบสีให้เป็นสีส้มๆคล้ายๆทองแดงแล้วท่อฮีทไปท์นั้นเป็นท่อทองแดงครับ

สล๊อตในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆนาๆนั้นก็จะมี
PCI-e X16 2.0 เป็นจำนวน
2 ช่อง ซึ่งรองรับการต่อครอสฟายแบบ
8x8 ได้
แล้วก็ยังคงมี PCI-e
X1 กันให้อีก 2 ช่อง
ที่ยังขาดไปไม่ได้กับสำหรับยุคนี้ก็คงคือ
PCI แบบ 32 BIT
ทีเด็ดที่สำคัญกับซีรี่
WorkStation ก็คือ
PCI-X หรือ PCI 64
Bit (ที่มันคล้ายๆ
PCI แต่จะยาวกว่า)
ซึ่งอุปกรณ์บางอย่าง
ถ้าต้องการใช้งานแบบดีๆเสถียรๆมันก็จะมีแต่
PCI-X เช่นการ์ด RAID
Hi-End , Lan Card
ระดับ Server ครับ
แต่ถ้าไม่ได้ใช้อุปกรณ์แบบ
PCI-X ช่อง PCI-X ก็ยังสามารถใส่อุปกรณ์แบบ
PCI ธรรมดาได้อย่างไม่มีปัญหา

ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนบอร์ดในระดับ
WorkStation แต่ทาง
ASUS ก็ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มขาโหดระดับ
Extreme อยู่ด้วย
ซึ่งมันก็คือ Jumper
Over Voltage สำหรับ
CPU และ ชิพเซ็ต นั้นเองครับ
ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้ระบบระบายความร้อน
ถึงขั้นระดับ Extreme
นั้นก็ไม่ต้องไปลองสับจั๊มเปอร์นี้ก็ได้ครับ
แค่ไฟที่ให้มาเดิมๆผมว่ามันก็เกินพอแล้วหล่ะครับ


นี่ก็คือ G.P. Diagnosis
Card เอาไว้ตรวจสอบข้อบกพร่องของระบบนั้นเอง
หน้าที่ของมันก็คือ
DeBug Card และปุ่มเปิดและปิดเครื่อง
รวมถึงปุ่มที่ใช้ในการรีเซ็ตเครื่องครับ
ก็จะทำให้สะดวกสบายขึ้นในการดูแลระบบครับผม

ฺBack Panal I/O Ports
ก็จะมีรายการดังนี้
1 x S/PDIF Out (Coaxial
+ Optical)
1 x IEEE 1394a
2 x LAN(RJ45) port
6 x USB 2.0/1.1
8 -Channel Audio I/O
1 x PS/2 Keyboard/Mouse
2 x e-SATA