
เริ่มต้นก็ขอมาสตาร์ทกันที่เรื่องของตัวแพ็กเกจและอุปกรณ์บันเดิลกันก่อนนะครับ
ซึ่งดูจากรูปร่างหน้าตาของตัวแพ้กเกจนั้นทาง
ASUS ก็ยังคงเลือกใช้ลักษณะของสีสันและลวดลายที่ไม่แตกต่างไปจากรุ่นพี่ของตนเอง
จะแตกต่างไปบ้างก็คงเป็นเรื่องของขนาดตัวที่มันมีขนาดพอๆกับตัวเมนบอร์ดที่อยุ่ภายใน
ส่วนทางด้านของอุปกรณ์บันเดิลนั้นก็มีมาน้อยกว่าทางรุ่นพี่อยุ่เล็กน้อย
โดยหลักๆที่เห็นชัดเจนก็คือในส่วนของ
SLI Bridge ที่จะไม่มีสำหรับ
3Way มาให้ได้วยนั่นก็เพราะว่าไม่มีพื้นที่สำหรับติดตั้งการ์ดยังงัยหละครับ
และอีกหนึ่งอย่างก็คือทางด้านของระบบเสียงหรือ
Sound Card ที่ไม่มีมาให้ในแบบ
External ส่วนอุปกรณ์อื่นๆจะมีอะไรบ้างนั้นก็สามารถดูได้จากในภาพเลยนะครับ
ASUS
Rampage II GENE

สำหรับหน้าตาของเจ้า
RAMPAGE II GENE นั้นก็ยังคงมาในโทนสีดำสลับแดงเป็นหลัก
ส่วนสล๊อตต่างๆในการเชื่อมต่อนั้นก็จะมาในโทนฟ้าขาวเช่นกัน
เพราะด้วยความที่มันถูกจัดใหเอยุ่ในกลุ่มของ
ROG. นั่นเอง ส่วนขนาดตัวของมันนั้นก็คงพูดซ้ำไปซ้ำมาอีกนะครับว่ามันคือเมนบอร์ดในขนาด
m-ATX
ลองมาดูกันที่ตัวเลย์เอาท์ของเมนบอร์ดดูบ้างนะครับ
ถ้ามองจากมุมนี้คงเห็นได้ชัดเจนขึ้นถึงขนาดของมันกับเมนบอร์ดในขนาด
m-ATX แบบสามแถวเต็ม การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆก็ไม่ได้มีความผิดแปลกไปจากมาตรฐาน
ATX แต่อย่างใดทุกอย่างก้ยังคงอยุ่ในตำแหน่งมาตรฐาน

เห็นหน้าตาอย่างนี้ก็คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หากไม่ใช่ซ็อคเก็ต
LGA1366 สำหรับซีพียุในตระกูล
Core i7 และก็ชัดเจนว่าสามารถใช้งานได้กับซีพียุในตระกูล
i7 ได้ในทุกๆโมเดล ส่วนในเรื่องของภาคจ่ายไฟที่อยุ่เหนือบริเวณซ็อคเก็ตขึ้นไปนั้นทาง
ASUS ก็ได้ออกแบบมาให้มีขนาด
8 เฟสสำหรับซีพียูและอีก
2 เฟส สำหรับ QPI /DRAM

สำหรับเมโมรีนั้นก็แน่นอนว่าจะต้องรองรับการใช้งานในแบบ
Tripple-Channel ซึ่งแม้ว่าจะเป็นตัวเล็ก
แต่ก็ยังคงมีสล๊อตเมโมรีมาให้ได้ใช้งานกันถึง
6 สล๊อตเฉกเช่นรุ่นใหญ่ ส่วนความเร็วเมโมรีที่รองรับคือ
DDR3-1066/1333/1600(oc)/1800(oc)/2000(oc)MHz
และรองรับความจุรวมกันได้สูงสุดถึง
24GB

อย่างหนึ่งที่เห็นแล้วจะไม่พูดถึงไปไม่ได้ในส่วนของสล๊อตสำหรับติดตั้งเมโมรี
ก็คือจุดที่เป็นขาล็อคตัวเมโมรี
โดยปรกติแล้วนั้นสล๊อตเมโมรีของเราก็ต้องมีขาล็อคที่ปลายทั้งสองด้านของตัวสล๊อต
แต่เจ้า GENE ตัวนี้ไม่เป็นเช่นนั้นทางทีมงานของ
ASUS ได้สร้างความแปลกใหม่ที่มีการเลือกใช้สล๊อตในแบบมีขาล็อคเพียงด้านเดียวคือทางด้านบน
ส่วนทางด้านล่างนั้นจะไม่มีตัวล็อคแต่ในบริเวณร่องนั้นจะมีการออกแบบให้ป่องเล็กน้อย
ทั้งนี้ก็เพื่อให้มันมีการบีบตัวเมโมรีเล็กน้อยในขณะติดตั้ง
และเหตุผลที่ต้องเลือกใช้สล๊อตเมโมรีในลักษณะนี้ก็เพราะว่า
ทางปลายด้านล่างนี้มีระยะที่อยุ่อยุ่ในระดับเดียวกันกับสล๊อต
Pci-e x16 เป็นอย่างมาก หากว่ามีการติดตั้งกราฟิกการ์ดที่มีความยาวของตัวการ์ดมาถถึงสล๊อตเมโมรี
นั่นก็เท่ากับว่าเราจะไม่สามารถง้างตัวล็อคของสล๊อตเมโมรีได้หากเป็นในแบบที่ใช้ตัวล็อค
แต่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวก็เลยออกมาดังที่เห็นนี่หละครับ

ครั้งนี้มาแปลกกว่าทุกครั้งซักเล็กน้อยสำหรับสีสันของชุดระบายความร้อนบนตัวเมนบอร์ดที่ทาง
ASUS ได้เลือกใช้สีดำสนิท
จากทุกครั้งที่จะออกไปทางเทาๆดำๆแต่ก็ไม่ถึงกับดำสนิทอยางนี้
แต่ก็สวยงามดุดันไปอีกแบบเหมือนกัน
สำหรับชุดระบายความร้อนที่เห็นกันอยู่นี้นั้นก็เป็นฮีตซิงก์สำหรับชิบเซต
IOH และ ICH ซึ่ง IOH นั้นเป็นชิบเซตในรหัส
X58 Express ซึ่งเป้นชิบเซตเพียงตัวเดียวในเวลานี้สำหรับ
Core i7 ส่วน ICH นั้นก็ยังคงเป็น
ICH10R เช่นเคย
ทางด้านของ
Expansion slots ที่แม้ว่าจะมีมามากมายเหมือนกับเมนบอร์ดในขนาดปรกติไม่ได้
เพราะด้วยข้อจำกัดในเรื่องของขนาดตัวแต่ถึงอย่างไรแล้วนั้นก็ยังมีสล๊อตสำหรับกราฟิกการืดมาให้ได้ใช้งานกันถึงสองสล๊อตกับ
Pci-e2.0 x16 ที่รองรับการใช้งานในโหมด
Multi-GPU ได้ทั้ง Crossfire
จากทาง ATI และ SLI จากทาง
nVidia และนอกจากสล๊อต Pci-e
x16 จำนวนสองสล๊อตแล้วก็ยังมีสล๊อต
Pci-e x4 ที่ออกแบบมาเป็นปลายเปิดอีกหนึ่งสล๊อต
ซึ่งตรงนี้ก็สามารถใช้ในการติดตั้งกราฟิกการ์ดได้อยุ่เช่นกัน
และสุดท้ายกับสล๊อตที่จะขาดหายไปไม่ได้กับ
PCI-32bit ซึ่งก็มีมาให้เพียงสล๊อตเดียวเท่านั้น
สำหรับ SATA port นั้นทั้งหมดจะมีมาให้ได้ใช้งานกัน
8 พอร์ทด้วยกัน แบ่งออกเป็นสองชุดที่ควบคุมจาก
ICH10R จำนวน 6 พอร์ทและก็รองรับโหมดในการเชื่อมต่อ
HDD ในแบบ RAID 0, 1, 5 และ
10 ส่วนอีก 2 พอร์ทนั้นจะควบคุมโดยชิบ
J-Micron ที่จะอยุ่ในบริเวณเดียวกันกับพอร์ทหลัก
1 พอร์ทและก็เป้นในแบบ e-SATA
ในบริเวณ Back Panel อีกหนึ่งพอร์ท

ระบบเสียงนั้นแม้ว่าจะไม่มีการ์ดบันเดิลมาให้อย่างพี่ใหญ่ที่จะเป็น
Sound Card ในแบบ External
แต่ระบบเสียงที่ให้มานั้นยังคงเหมือนกันคือจะยังคงเป็น
XFi-SupremeFX เพียงแต่ครั้งนี้มาในแบบออนบอร์ดกันไปเลยเท่านั้น
ส่วนระบบเสียงต่างๆที่รองรับนั้นยังคงเหมือนกับรุ่นพี่ๆเช่นเดิม
และหนึ่งในความเป็น ROG.
Series ที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ
On Board Switch แต่คราวนี้นอกจากจะมี
Start/Reset แล้วจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกอีกหนึ่งฟังก์ชัน
แต่ที่เห็นเป็นปุ่มเล็กๆแดงๆนั่น
อย่าเพิ่งคิดว่ามันคือปุ่มสำหรับ
Clear CMOS นะครับ หากแต่มันเป็นปุ่มของฟังก์ชันที่มีชื่อว่า
MemOK ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน
ในการตรวจสอบความเสียหายของเมโมรีที่จะนำมาใช้งานหรือความเข้ากันได้กับเมนบอร์ด
ว่าเมโมรีชุดดังกล่าวนั้นสามารถเข้ากันได้กับเมนบอร์ดตัวนี้หรือไม่
จากนั้นเมนบอร์ดก็จะประมวลผลหาค่าความเร็วที่คิดว่าเมโมรีตัวนั้นสามารถบู๊ตเข้าระบบได้
เพื่อให้ระบบนั้นสามารถบู๊ตขึ้นมาได้
ทางด้านของ
Back I/O Panel นั้นก้จะประกอบไปด้วย
6x USB 2.0, 1x PS/2(Keyboard),
1x e-SATA, 1x IEEE1394a,
Optical S/PDIF, 1x RJ-45(LAN),
Clr CMOS Switch และ 8 Channel
Audio I/O โดยที่แจ็คสำหรับระบบเสียงตรงนี้ก็ได้มีการชุบทองใน
บริเวณพื้นผิวทั้งหมด และคาดว่าหลังจากนี้ไปไม่นาน
คงจะได้เห็นการชุบทองกันมากขึ้นแน่นอนสำหรับ
Sound On-Board
Voltiminder
LED

และสิ่งที่ยังคงไม่ขาดหายไปไหนกับความเป็น
ROG Series ก็คือ LED ที่จุดสำคัญต่างๆอย่าง
CPU, Northbridge, Memory,
Southbridge ที่จะมี LED
คอยแสดงสถาณะการทำงานว่า
มีการใช้ไฟเลี้ยงในระดับใดเช่น
สีเขียวจะหมายถึง ระดับปรกติ
แต่ถ้าเป็นสีเหลือง ก็ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
แต่ถ้าสีแดงนั้น ชัดเจนครับว่าอยุ่ในระดับสูงมาก
และอีกหนึ่งจุดสำหรับ HDD
นั้นก็จะมี LED แสดงการทำงานว่า
HDD ของเรานั้นทำงานอยู่หรือไม่