
AUDIO
CARD รุ่นใหม่ จาก ASUS ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดี
คัดสรรอุปกรณ์อย่างลงตัว
เพื่อคุณภาพของเสียงที่สมบูรณ์
ในรูปแบบของการ์ด PCI รุ่นใหม่ที่รองรับ
HDMI
กลับมาทักทายกันอีกครั้ง
หลังจากหายไปนาน เนื่องจากไม่สบายครับ
โดนไข้หวัดใหญ่เล่นงานซะงอมเลย
พอหายก็มีของชุดใหญ่เขามาให้เทสพอดีเลยครับ
สำหรับของชิ้นแรกนี้ผมขอนำเสนอซาวด์การ์ดจาก
ASUS กันก่อนเลยครับ ซาวด์รุ่นนี้ออกมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
และก็ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควรเลย
ซึ่งก็น่าแปลกใจอยู่เล็กน้อย
เพราะ ASUS นั่นยังใหม่กับผลิตภัณฑ์แบบนี้พอสมควร
แต่หลังจากได้ลองทดสอบได้ลองเล่นแล้ว
ผมเองก็พอจะเข้าใจคำตอบแล้วละครับ
เอาเป็นว่าผมอยากจะให้คำนิยามสำหรับซาวด์ตัวนี้ว่าเป็น
ซาวด์การ์ดทางเลือก แล้วกันนะครับ
ซึ่งทำไมถึงให้คำนิยามแบบนี้ก็ขอให้ติดตามชมกันต่อไปครับ

PCI
AUDIO CARD 7.1 CH >>>>
XONAR
D1 เป็นซาวด์การ์ดที่ยังคงยึดติดกับอินเตอร์เฟสแบบ
PCI ดังเช่นซาวด์การ์ดทั่วๆ
ไป ยังไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบ
PCI-E เหมือนซาวด์การ์ดรุ่นท๊อปๆ
ตัวการ์ดมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก
ใช้แผง PCB สีน้ำตาลเข้ม
ส่วนบนวางอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม
รองรับการทำงานแบบ 7.1 CH
มาเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย
ตั้งแต่การฟังเพลงแบบ 2 CH
ไปจนถึงดูหนังแบบ 7.1 CH
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน
และการรองรับของลำโพงที่ใช้งานอีกด้วย

จุดต่อเอาต์พุต
7.1 ชุบทอง >>>>
ด้านหน้าของการ์ดในส่วนของแผ่นเพลททำสีไททาเนี่ยม
ดูสวยงามดีครับ สีสันจะตัดกับแจ็คขนาด
3.5 มม. ที่ชุบทองมาอย่างดี
โดยมีแจ็คทั้งหมด 5 อัน แบ่งเป็น
Microphone Jack, Linput
Jack และ S/PDIF Output Jack
จะรวมอยู่ในช่องเดียวกัน
ส่วนอีก 4 อันจะแบ่งเป็น
Headphone/Front Output Jack,
Side Surround OutputJack,
Center/Subwoofer Output
Jack และ Rear/back Surround
Output Jack การออกแบบให้ใช้แจ็คแบบนี้ทำให้เชื่อมต่อได้ถึง
7.1 แชนแนล

ASUS
AV100 High-Definition Sound
Processor >>>>
มาดูตัวประมวลผลกันบ้างครับ
โดย XONAR D1 นี้ใช้ตัวประมวลผล
ASUS AV100 เป็นหัวใจหลักในการทำงาน
โดยคุณสมบัติคร่าวๆ ของชิปตัวนี้ก็คือ
ความสามารถในการทำแซมปลิ้งได้สูงสุดถึง
192 KHz/24 Bit นับว่าเป็นชิปที่มีความสามารถสูงพอตัว
รองรับระบบเสียง High-Def
ได้อย่างสบาย แน่นอนว่าความสามารถนี้สามารถรองรับระบบเสียงของ
DVD AUDIO ได้เป็นอย่างดี
ส่วนคุณสมบัติที่น่าสนใจก็มีดังนี้

-
DS3D GX 2.0
รองรับระบบเสียง EAX และ
Direct Sound 3D สำหรับการเล่นเกมส์
บน Vista
-
3D Gaming Sound
Engines/APIs เอาใจคอเกมส์ด้วยการรองรับระบบเสียงของเกมส์อย่าง
DirectSound3D GX 2.0 &
1.0, EAX2.0&1.0, DirectSound
HW, DirectSound SW, A3D1.0,
OpenAL generic modes, 128
3D sounds processing capability
-
Xear 3D Virtual
Speaker Shifter
สร้างระบบเสียง 7.1 จากระบบเสียงสเตอริโอ
-
ASIO 2.0 Driver
Support รองรับการบันทึกเสียงที่
44.1K/48K/96K/192KHz @16/24bit
ที่ค่า Latency ต่ำ
Complete
Dolby Home Theater technologies
>>>>
มาดูกันที่จุดเด่นของ
XONAR D1 อีกหนึ่งอย่างก็คือความสามารถทางด้าน
HOME THEATER นั่นเองครับ
นอกจากความสามารถในการรองรับระบบเสียง
7.1 แชนแนลแล้ว ยังมีความสามารถทางด้าน
Dolby ติดมาด้วยครับ เพื่อรองรับการดูหนังได้อย่างเต็มรูปแบบ
ส่วนจะรองรับ Dolby แบบไหนบ้างมาดูกันดีกว่าครับ

-
Dolby Digital Live
ถอดรหัสเสียงในระบบ AC-3
5.1 แชนแนล ในรูปแบบ Dolby
Digital Live ในแบบเรียลไทม์
-
Dolby Headphone
ความสามารถในการจำลองระบบเสียงรอบทิศทางลงในหูฟัง
ในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
-
Dolby Pro-Logic IIx ระบบการสร้างสัญญาณเสียงจากสเตอริโอ
หรือ 5.1 ให้เป็นระบบเสียง
7.1 แชนแนล
-
Dolby Virtual Speaker สร้างระบบเสียงรอบทิศทางจากลำโพงเพียง
2 คัวเท่านั้น
24-bit
D-A Converter of Digital
Sources >>>>
มาดูกันที่ตัวแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาณเสียงแบบอะนาลอก
หรือเรียกสั้นๆ ว่า D/A กันบ้างครับ
เจ้าตัวนี้จะมีหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตอล
ซึ่งเป็นข้อมูลของเสียง เช่น
สัญญาณเสียงจาก CD ซึ่งอยู่ในรูปแบบสัญญาณดิจิตอล
44.1 KHz 16 Bit มาเป็นสัญญาณเสียงแบบปกติ
คุณภาพของเสียงจะวัดกันตรงความสามารถในการแปลงเสียงนี้
ระดับความคมชัด และสัญญาณรบกวน
โดยที่ XONAR มีข้อดีกว่าระบบเสียงออนบอร์ดก็ตรงที่ใช้ชิป
Cirrus-Logic CS4362A ในการแปลงสัญญาณ
ซึ่งสามารถรอบรับระบบเสียงแบบ
192 KHz 24 Bit ได้ และยังให้อัตราสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน
หรือค่า SNR สูงถึง 114 dB
แถมยังมีค่า Distortion หรือค่าความเพี้ยนทางฮาร์โมนิกส์ที่
-105 db อีกด้วย

รองรับระบบเสียงของ
HDMI >>>>
ระบบภาพยุคใหม่อย่าง
HDMI นั้นมีการส่งสัญญาณเสียงเข้าไปยังจอมอนิเตอร์ด้วย
อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าถ้าใส่ซาวด์การ์ดเพิ่มแล้วจะทำอย่างไรกับระบบเสียงใน
HDMI หากต้องการใช้ แต่ XONAR
D1 จะไม่เกิดปัญหานั้นเพราะได้ออกแบบจุดต่อ
S/PDIF มาไว้ที่ตัวการ์ดเรียบร้อยแล้ว
และสามารถต่อเข้ากับจุดต่อ
S/PDIE บน VGA การ์ดได้เลย
จึงสามารถส่งสัญญาณเสียงในระบบดิจิตอลไปยังจอภาพและถอดรหัสออกมาได้

ใกล้ๆ กันเป็นจุดต่อ AUX
Input สำหรับต่อสัญญาณเสียงจาก
CD-ROM หรือ Tuner Card มาเข้าที่ตัวซาวด์การ์ดได้อย่างสะดวก
รองรับ
FRONT PANEL >>>>
รองรับความต้องการที่มากขึ้นด้วยจุดต่อสำหรับ
Front Panel ในยามที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น
โดยสามารถนำ Front Panel
มาเสียบต่อที่ช่องนี้ได้
โดยที่ตรงจุดนี้จะมีชิป D/A
Cirrus-Logic CS4398 ทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียง
โดยมีค่า SNR ที่ 120 dB
โดยรองรับการสุ่มสัญญาณเสียงที่
192 KHz 24 Bit

อุปกรณ์คุณภาพดี
>>>>
สิ่งหนึ่งที่อยากให้ท่านผู้อ่านได้ชมก็คือ
การใช้อุปกรณ์ต่างๆ บนตัวการ์ดนั้น
เป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีพอสมควร
และมีการออกแบบที่ดีเพื่อหลบเลี่ยงสัญญาณรบกวนต่างๆ
ซึ่งผมถือว่าเป็นข้อดีของซาวด์การ์ดทุกๆ
รุ่นที่ให้เสียงดีกว่าซาวด์ออนบอร์ดในระดับเดียวกัน
โดยเฉพาะเรื่องของสัญญาณรบกวน
ความเพี้ยนของเสียง และการตอบสนองต่อความถี่ต่างๆ

ซอฟแวร์ควบคุมการทำงานได้ดังใจในโปแกรมเดียว
>>>>
หมดเรื่องของฮาร์ดแวร์ไปแล้ว
มาดูเรื่องของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมการทำงานกันบ้างครับ
โดยซอฟแวร์ตัวนี้มีชื่อว่า
XONAR D1 AUDIO CENTER
ซึ่งดูแล้วก็มีหน้าตาไม่ต่างจาก
XONAR ทั่วๆ ไปมากนัก แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานจะแตกต่างกันไป
ซึ่งเรามาดูที่ละส่วนกันครับ

ส่วนแรกนี้ก็คือ หน้าจอหลักๆ
ของ XONAR D1 AUDIO CENTER
โดยด้านซ้ายมือจะเป็นการแสดงระดับเสียงในแถบความถี่ต่างๆ
หรือสเปกตรัมอนาไลเซอร์นั่นเองครับ
ส่วนทางด้านขวาก็เป็นปุ่มโวลุ่มสำหรับควบคุมระดับเสียง
และปุ่มเลือกโหมดการทำงาน

เมื่อกดเพื่อเลื่อนหน้าจอหลักขึ้น
ก็จะพบกับ โหมดMAIN ที่นี่จะให้เราเลือกอัตราสุ่มเสียงที่เราต้องการ
เลือกระบบเสียงที่ต้องการใช้งาน

ที่หน้าจอ EFFECT จะเป็นการตั้งค่าเอฟเฟกต์เสียงที่ต้องการใช้งาน

และ EQ สำหรับปรับแต่งเสียงให้เข้ากับลำโพงที่ใช้งาน

ต่อมาเป็นส่วนของ FlexBass
ซึ่งเป็นส่วนของการจัดการเสียงเบส
โดยเลือกจุดตัดความถี่ที่ต้องการส่งไปให้ลำโพงซับได้
และเลือกขนาดลำโพงให้เหมาะสมกับลำโพงที่เราใช้
ซึ่งจะมีผลถึงการตัดความที่ของ
BASS ด้วย

ต่อมาก็คือ AEC ซึ่งจะควบคุมระดับเสียงสะท้อน
เสียงก้องหรือที่เราเรียกว่าเสียงหอนโดยอัตโนมัติ
ซึ่งเสียงเหล่านี้เกิดจากการที่เราใช้ลำโพงพร้อมไมค์เช่นในระบบ
VOIP หรือแม้แต่การร้องคาราโอเกะ
โดยเมื่อเปิดระบบนี้ก็จะช่วยควบคุมไม่ให้เสียงจากลำโพงวนกลับมาเข้าไมค์แล้วออกไปลำโพงอีกครั้งหนึ่ง
จึงไม่เกิดการวนลูปของเสียง
ซึ่งอาจจะส่งผลให้ระบบเสียงพังได้

ส่วนสุดท้ายคือ VOCALFX ซึ่งจะเป็นจุดที่เราจะเปิดระบบเอฟเฟกต์ของเกมส์ได้
และยังสามารถสร้างเอฟเฟกต์เสียงผ่านทางระบบ
VOIP ได้ด้วย
ระบบที่ใช้ทดสอบ
>>>>
| CPU |
AMD Athlon 64
X2 4600+ |
| Mainboard
Model |
M2A-VM
HDMI |
| Memory
Size |
2048
Mbytes |
| Windows
Version |
Microsoft
Windows XP Professional
Service Pack 2 |
| DirectX
Version |
9.0c |
System
Requirements >>>>
-
1xPCI slot
-
Microsoft
Windows Vista (32/64 bit)
XP (32/64 bit)
-
Intel
Pentium 4 1.4 GHz or AMD
Athlon 1400 CPU or Faster
CPU
-
>
256 MB DRAM system Memory
-
>
60 MB avallable HDD
-
CD-ROM
or DVD-ROM
คุณภาพเสียง
>>>>
มาว่ากันที่การทดสอบกันบ้างครับ
โดยการทดสอบคราวนี้อาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ
ไปบ้างนะครับ เนื่องจากผมเห็นถึงความสามารถของการ์ดตัวนี้ในรูปแบบที่ผมชอบพอดีซะด้วยสิ
ว่ากันที่เรื่องของการเช็ตลำโพงในครั้งนี้ครับ
โดยลำโพงก็ยังคงเป็นตัวเดิมๆ
ที่เคยใช้ ลำโพงหน้า 2 แชลเนล
ลำโพงสไตล์วางหิ้ง ตู้ปิด
2 ทาง กับวูฟเฟอร์โฟลี่ 5
นิ้ว ทวิสเตอร์ซอฟโดม 1 นิ้ว
ทำงานคู่กับซับวูฟเฟอร์แบบอัดอากาศ
ขนาด 6 นิ้ว กับแอมป์ในตัวกำลังขับ
30 วัตต์ โดยการต่อลำโพงในระบบ
2.1 แชนแนล แต่เซ็คค่าการทำงานของ
XONAR D1 เป็นระบบ 5.1 โดยช่องต่อลำโพงคู่หน้าก็ต่อเข้าไปขับลำโพงคู่หน้าตามปกติ
ส่วนลำโพงซับต่อเข้าที่ช่องซับของซาวด์การ์ด

จากนั้นใช้การตั้งค่า
FlexBass โดยใช้จุดตัดความถี่
LFE ตามความเหมาะสมของลำโพง
โดยผมทดสอบได้ว่าลำโพงที่ผมใช้จะตอบสนองความถี่ที่ต่ำกว่า
120 Hz ได้แย่ลง จึงตัดความถี่ที่ต่ำกว่า
120 Hz ลงไปให้ซับวูฟเฟอร์ทำงาน
ซึ่งถ้าลำโพงตัวอื่นๆ ที่ไม่มีช่องซับแยกแบบผม
ก็ต้องพึ่งพาซัพฟิลเตอร์ในลำโพงเอาเองครับ
แต่สำหรับผมแล้ว ผมว่าแบบนี้เราควบคุมได้ดีกว่ากันมาก
จากนั้นก็มาลองทดสอบเสียงดูครับ
ในขั้นแรกผมปิดระบบปรับแต่งเสียทั้งหมด
แล้วใช้ AIM2 เป็นตัวเปิดเสียงจากแผ่น
CD แล้วก็ให้การ์ดสุ่มความถี่แบบโอเวอร์แซมปลิ้ง
ที่ 192 KHz ซึ่งการ์ดตัวนี้สามารถทำได้สบายมากครับ
ผลจากการรับฟังเพลงแบบสบายๆ
จุดแรกที่สัมผัสได้เลยก็คือ
เบสออกมาเยอะมากๆ ยิ่งกำลำโพงซับตัวเล็กๆ
ของผมแล้วรู้สึกว่ามันออกมามาเกินไปเสียด้วยซ้ำ
จึงต้องปรับระดับให้พอดีกับห้อง
โดยการลดระดับความดังของลำโพงซับลงมาเกือบครึ่งจึงได้ความลงตัวของเสียงที่พอดีกับห้อง
เมื่อปรับระดับเสียงได้ที่แล้ว
ก็มาฟังเพลงที่แสนจะคุ้นหูดู
เพื่อจะได้ทราบถึงรายละเอียดและความแตกต่างกัน
โดยจุดที่สัมผัสได้ก็ยังคงเป็นเสียงเบส
และเสียงโทนต่ำทั้งหมดที่ตอบสนองออกมาได้ดีมาก
มีระดับความดังที่ดี และให้น้ำเสียงนุ่มนวล
มีน้ำหนัก รู้สึกได้ว่าเสียงนั้นไม่แห้ง
เพราะมีรายละเอียดเสียงต่ำที่ดี
ไม่ผิดเพี้ยนประกอบกับไม่มีสัญญาณรบกวนออกมาแทรก
ทำให้เราได้ยินเสียงที่น่าฟังออกมาอย่างเต็มที่
ในส่วนของเสียงกลางจากการใช้เพลงที่เน้นเสียงกลางแบบธรรมชาติดู
ผมสังเกตได้ว่าคนทั่วไปไม่ค่อยชอบเสียงกลางมากนัก
ถ้ามี EQ ก็มักจะกดเสียงกลางลง
อาจจะเป็นเพราะเสียงกลางค่อนข้างเด่นมากเกินไป
นั่นก็เป็นเพราะมันเป็นย่านเสียที่ลำโพงทั้งวูฟเฟอร์และทวิสเตอร์สามารถตอบสนองได้ดีทั้งคู่นั่นเอง
ในส่วนของผมเองรู้สึกได้ว่าการตอบสนองของเสียงนั้นค่อนข้างกลมกลืน
แม้ไม่ได้ปรับ EQ เลยก็ตาม
เสียงกลางจากเสียงร้องของชายหนุ่ม
ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล
คมชัด แสดงพลังเสียงออกมาได้อย่างชัดเจน
ทั้งน้ำเสียงหนักเบา และเสียงลมที่ออกมาในขณะร้องก็ยังสามารถจับต้องได้อย่างง่ายดาย
ผมว่าถ้าเพลงนี้ถ้าระบบเสียงตอบสนองเสียงกลางได้ไม่ดี
อาจจะทำให้เป็นเพลงที่ไม่น่าฟังไปเลยก็ได้
ผมลองเปลี่ยนเพลงไปหลายเพลง
ทั้งเพลงที่เน้นเสียงร้องทั้งชายและหญิง
ก็ยังสามารถตอบสนองเสียงได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะเพลงที่ใช้นักร้องหญิง
จะได้ความรู้สึกว่าเสียงร้องนั้นมีความใส
มีความไพเราะ สามารถรับฟังเสียงหวานๆ
ได้อย่างชัดเจน แม้แต่เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ
ก็ถ่ายถอดรายละเอียดออกมาได้อย่างน่าชมเชย
มาว่ากันที่เสียงสูงกันบ้างครับ
สำหรับ XONAR แล้ว ผมว่ามันค่อนข้างจะเป็นรองเสียงเบสอยู่นิดหน่อยในเรื่องของระดับความดัง
เสียงสูงที่ออกมาให้ได้ยิน
มีความคมชัดสูง ให้ความรู้สึกกระชับของเสียง
เสียงไม่แหลมจนแสบแก้วหู
แต่เสียงจะออกแนวใสๆ ไม่รุนแรง
ฟังได้สบายๆ ถ่ายทอดรายละเอียดออกมาได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่ดีของการ์ดตัวนี้
คือไม่รู้สึกถึงสัญญาณรบกวนที่ปะปนออกมากับเสียงสูงเลย
สำหรับผลการทดสอบที่ว่ามาทั้งหมดนี้
ล้วนแต่ขึ้นกับตัวแปรหลายๆ
อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่ฟัง
ลำโพงที่ใช้ ซึ่งในการใช้งานจริงๆ
จำเป็นต้องมีการปรับแต่งด้วย
EQ และตำแหน่งของลำโพงให้เขากับระบบเสียง
เพื่อให้การตอบสนองได้อย่างดีที่สุดครับ
สรุปกันเลยดีกว่า
>>>>
สรุปส่งท้ายกันเสียหน่อยครับ
ทั้งจากการใช้งาน จากการทดสอบ
ซึ่งในทีแรกผมเองว่าเสียงมันก็คงไม่เท่าไหร่
ไม่น่าต่างจากการ์ดอื่นๆ
ที่เคยลองมานัก แต่พอลองมาเซ็ตค่าตามที่ทำในการทดสอบ
ผมกลับรู้สึกชอบซาวด์ตัวนี้เอามากๆ
เพราะมันตอบสนองต่อการใช้งานปกติของผมได้อย่างดีเยี่ยม
โดยเฉพาะฟังก์ชั่น FlexBass
นั่นทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
กับลำโพงที่ผมใช้ แถมให้เสียงออกมาดีเกินคาด
ทั้งนี้ก็เพราะการอกแบบและการคัดสรรเลือกใช้อุปกรณ์ที่ดีแม้จะยังไม่ดีที่สุดก็ตาม
แต่ก็ให้ผลลัพท์ที่ดีเกินคาดครับ
แน่นอนว่าถ้ามีคนถามว่า ผมจะเปลี่ยนจากซาวด์ออนบอร์ดมาเป็นตัวนี้ดีไหม
ผมสามารถตอบได้โดยไม่ต้องคิดเลยว่า
เปลี่ยนเถอะครับ นี่แหละจึงเป็นที่มาของคำว่า
ซาวด์การ์ดทางเลือก ครับ
สำหรับคราวนี้ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ
สวัสดีครับ...