
สวัสดีครับ.... ผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งสัปดาห์สำหรับปี พศ. 2555 ก็ถือว่าค่อนข้างเร็วเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ยังรู้สึกว่าเพิ่งจะปีใหม่ไปเอง... เป็นเรื่องปรกติไปแล้วที่ยุคนี้สมัยนี้ เวลานั้นช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินในความรู้สึก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วในหนึ่งๆ วันที่ผ่านไป เราก็ยังใช้ชีวิตบนพื้นฐานที่ยอมรับกันว่ามีอยู่ 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันเหมือนเดิม...จริงไหมครับ ? เอาล่ะก่อนที่จะออกนอกประเด็นจนไปไกลกว่านี้ เรามาดูเรื่องราวของ Sunday Special แรกของปีนี้กันว่าเราจะมีอะไรมาให้ได้ชมกัน สำหรับที่มาที่ไปของ Sunday Special ในวันนี้นั้น เป็นเพราะว่าทางเรานั้นได้รับผลิตภัณฑ์ใหม่มาชิ้นหนึ่ง ซึ่งนั่งมองนั่งคิดอยู่นานพอสมควรเลย ว่าจะจับมันเข้าสู่หมวดไหนดี จะจับเข้าสู่หมวด New Hardware มันก็ดูแปลกๆ เพราะมันก็ไม่ใช่ Hardware แถมตัวผลิตภัณฑ์เองก็ไม่ได้แข็งซะด้วย... จะจับเข้าสู่หมวด Review มันก็พิกล เพราะสิ่งที่ได้รับมานั้น เราไม่สามารถให้ผลออกมาในรูปของตัวเลข เปรียบเทียบถึงความแตกต่างได้ และแล้วเมื่อไม่รู้ว่าจะจับมันไปไว้ในพื้นไหนดี ก็เลยต้องมาลงเอยในพื้นที่ของ Sunday Special เพราะว่าวันนี้สิ่งที่เราได้รับมานั้น จะว่าไปแล้วก็อาจจะไม่ค่อยดูข้องเกี่ยวกับแวดวงไอทีสักเท่าไหร่ แต่มันก็สามารถมายุ่งเกี่ยวกับชาวไอทีทุกๆ คนได้ เพราะว่ามันคือ Cyber Clean ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใหม่ล่าสุดจากดินแดนนาฬิกา (แต่ Made in China) หรือ สวิตเซอร์แลนนั่นเอง เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของวงการทำความสะอาดโลกเลยก็ว่าได้ ! โอ้ว...มันจะขนาดนั้นเชียวหรือ ? และเมื่อกล่าวมาเช่นนี้เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่าเจ้า Cyber Clean มันคืออะไรแล้วมันจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชาวไอทีเราๆ ได้อย่างไร เราไปพบคำตอบของเรื่องนี้กันเลยครับ....

หน้าตาของผลิตภัณฑ์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าว่า Cyber Clean ที่เราได้รับมาในวันนี้ โดยทางเราได้รับมาในลักษณะของตัวแพ็กเกจ หรือบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นถุง แต่จริงๆ แล้วมันก็จะมีในแบบกระปุกพลาสติกมาให้ได้เลือกใช้งานด้วยเช่นกัน

เจ้า Cyber Clean ที่ได้มาในวันนี้ เราได้มาทั้งหมด 4 ชิ้น 4 รูปแบบการใช้งาน ซึ่งสีของแพ็กเกจก็แตกต่างกันออกไป และ ถ้าลองส่องๆ หน้าถุงกันดูก็พอจะเดาได้บ้างแล้วว่า แต่ละสีที่ออกแบบมานั้น จะออกแบบมาสำหรับใช้งานกับอะไรบ้าง แต่...มันจะถูกออกแบบมาในลักษณะเจาะจง ตามที่พบเห็นบนถุงหรือไม่ เราลองมาไล่ดูกันทีละสีทีละถุง ว่ามันมีอะไรแตกต่างกันบ้าง

ถุงแรก (ขอเรียกเป็นถุงแล้วกันนะครับ) มาในสีเขียวเหลืองหรือจะมองว่าเหลืองก็ได้ ซึ่งหน้าถุงนั้น มีรูปประกอบที่บ่งบอกชัดเจนเลยว่า เกี่ยวข้องกับชาวไอทีแน่นอน ซึ่งถ้าเรามองจากตรงนี้ก็หมายความว่ามันจะถูกออกแบบมาสำหรับ ชาวไอทีจริง หรือเน้นไปที่การทำความสะอาดอุปกรณ์จำพวก คีย์บอร์ด โทรศัพท์มือถือ เครื่องปริ้น ฯลฯ แต่ถ้าพลิกไปอ่านรายละเอียดด้านหลังแล้วนั้น จะพบกับข้อความว่า "Ideal for all devices and surfeces" ซึ่งหมายความว่า ออกแบบมาสำหรับใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกพื้นผิว !

สีน้ำเงินจะเห็นว่าเน้นไปทางยานยนต์ หรือผู้ใช้รถยนต์อย่างชัดเจน แต่...เหมือนๆ กับสีเหลืองทางด้านบน สำหรับคำอธิบายการใช้งานหลังถุง เราก็ยังพบว่ามีข้อความเหมือนเดิมคือ "Ideal for all devices and surfeces"

สำหรับถุงนี้จะพบเห็นน้องเหมียวมาเป็นพรีเซนเตอร์เล็กน้อย พร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านเช่น โทรศัพท์ รีโมท และที่เก็บช้อน ซึ่งคราวนี้แหละครับที่มันได้รับการออกแบบมา สำหรับใช้เฉพาะทางจริงๆ เพราะในสูตรนี้นั้นได้มีการระบุมาหน้าถุงชัดเจนว่า "Hypoloallergenic" ซึ่งจะเป็นศัพท์ทางการแพทย์เล็กน้อย เกี่ยวกับอาการแพ้ แต่ในที่นี้จะหมายถึง เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้นั่นเอง

สุดท้ายกับถุงสีส้ม ก็เป็นอีกหนึ่งถุงที่ชัดเจนว่าออกแบบมาสำหรับ "เฉพาะทาง" เพราะมีรูปรองเท้า และระบุหน้าถุงชัดเจนด้วยคำว่า For inside SHOES หรือ สำหรับใช้ในรองเท้านั่นเอง

ชักจะเริ่มอยากรู้มากแล้วใช่ไหมล่ะครับ ว่าข้างในถุงนั้นมีอะไรมา และจะมีหน้าตาลักษณะท่าทางหรือบุคลิกอย่างไร... แล้วเราจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะครับ ฉีกถุงออกมาเลย ! และสำหรับถุงนั้น บริเวณปากถุงจะมีการออกแบบมาให้เป็นลักษณะของซิบล็อค เหมือนกับถุงยา เพราะว่าสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ได้เป็นของที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงจำเป็นต้องออกแบบตัวถุงให้เป็นเช่นนี้

เห็นเขียวๆ เหลืองๆ ก้อนๆ อยู่ข้างในถุงนั้น มันไม่ใช่ของเหลว หรือของแข็งแต่อย่างใด แต่มันจะมาในรูปของเจล ที่มันจะมีลักษณะคล้ายๆ กับ ของเล่นเด็กๆ ที่เป็นยางนิ่มๆ สามารถเขี้ยงใส่กระจก และมันเกาะติดอยู่สักพัก แล้วก็คืนรูปได้ ประมาณนั้นแหละครับ

ลองมาดูเนื้อในจากทั้งหมด 4 ถุงที่ได้มานะครับ ว่ามันจะมีความเหมือน และแตกต่างอย่างไรบ้าง... สำหรับเรื่องแรก กับเรื่องของสีสันนั้น ค่อนข้างชัดเจนในตัวเอง ว่าจะใช้สีของตัวเจล เหมือนกับสีของตัวแพ็กเกจ หรือถุง แต่จะแตกต่างเล็กน้อย ในเรื่องของความโปร่งแสง แต่จะมีอยู่หนึ่งชิ้น ที่สีของมันไม่ตรงกับถุง ก็คือตัว Hypoallergenic ที่ออกแบบมาสำหรับเกี่ยวกับภูมิแพ้ ซึ่งมันจะผลิตมาในแบบที่ไม่ผสมสีใดๆ จะใช้เจลสีใสที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทีนี้เราลองมาดูความแตกต่างอื่นๆ นอกจากเรื่องสีกันบ้างนะครับ แต่จะขออธิบายมาแบบข้อๆ แล้วกันนะครับ...
1. สีใส หรือ Hypoallergenic ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในการลดสารก่อภูมิแพ้ มีสารที่สามารถฆ่าเชื่อโรคต่างๆ ได้ รวมทั้งไรฝุ่น และละอองเชื้อราต่างๆ ซึ่งก็จะเหมาะสำหรับใช้กับอุปกรณ์ที่มีการใช้งานใกล้ชิดกับปาก หรือจมูก เช่น โทรศัพท์ เป็นต้น ส่วนตัวเจลนั้น จะมีเนื้อนิ่ม หรืออ่อนตัวกว่าสีอื่นๆ มาก และมีกลิ่นเหมือนแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแผลมากๆ ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นเจลแอลกอฮอล์ก็เป็นได้
2. สีส้ม ออกแบบมาสำหรับใช้ในรองเท้า และมีการทดสอบแล้วว่าจะไม่เกิดอาการแพ้ใดๆ ต่อผู้ใช้งาน หรือไม่เป็นอันตรายต่อใยผ้า ซึ่งเนื้อเจลจะค่อนข้างแข็ง หรือเหนียวพอสมควร มีกลิ่นส้มตามสีที่เลือกใช้
3. สีฟ้า เป็นเจลสีฟ้าโปร่งใส ถ้ามองจากรูป มันจะถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานในรถยนต์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เนื้อเจลค่อนข้างนิ่ม และมีกลิ่นเหมือนหมากฝรั่งรสมินต์ปนๆ แอลกอฮอล์ แต่ไม่ฉุนเท่ากับสีใส
4. สีเหลือง หรือเขียวอมเหลือง เนื้อเจลข้อนข้างแข็ง หรือเหนียวพอๆ กับสีส้ม ให้กลิ่นมะนาวนิดๆ แต่ไม่ฉุนมากนัก
มันคืออะไร ใช้ทำอะไร และใช้อย่างไร ?
จากทั้งหมดที่ผ่านมานั้น เราได้แนะนำตัวจนทราบกันไปเรียบร้อยแล้ว ว่าแต่ละถุง แต่ละสี มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง แต่เรายังไม่บอกเลยว่ามันคืออะไร แล้วใช้ทำอะไร และสุดท้ายใช้ยังไง ? ซึ่งตรงนี้ก็จะมาบอกกันว่ามันคือ เจลทำความสะอาด ที่นอกจากจะใช้ในการทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบครอบจักรวาลแล้ว มันจะยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิว หรือบนวัสดุที่เรานำไปใช้งานได้อีกด้วย โดยที่หลายๆ ท่านนั้นอาจจะไม่ทราบ หรือไม่เชื่อว่าอุปกรณ์ใกล้ๆ ตัวบางชิ้นบางอัน อย่าง Keyboard นั้น มันมีเชื้อโรคต่างๆ เกาะอยู่มากกว่าที่เจอในห้องน้ำเสียอีก แล้วเราก็จับมันสัมผัสมันอยู่ทั้งวัน ซึ่งบางท่านก็อาจจะมีการปัดฝุ่น ทำความสะอาดอยู่บ้าง หรือบ่อยๆ ตามแต่ละคนไป แต่เราทำได้เพียงการทำความสะอาดฝุ่นผง แต่เชื้อโรคยังอยู่ และ Cyber Clean ตัวนี้มันก็ถูกออกแบบมาสำหรับให้ประโยชน์กับเรา ทั้งสองด้านที่กล่าวไปคือ ทำความสะอาดภายนอกที่มองเห็น พร้อมทั้งฆ่าเชื้อโรคเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่เกาะอยู่ไปด้วยพร้อมๆ กัน วิธีใช้ก็เพียงเรานำเจลที่ว่านี้ ไปกดลงบนอุปกรณ์ที่เราจะทำความสะอาด และดึงมันขึ้นมา ฝุ่นผงต่างๆ ที่เกาะอยู่ก็จะหลุดเกาะตัวเจลขึ้นมา เพราะเนื้อของเจลนั้นจะคล้ายๆ กับกาว แต่ก็ไม่ได้เกาะแน่น เหมือนกับกาวจริงๆ... กระนั้นจากคำอธิบายตรงนี้หลายๆ ท่านก็อาจจะยังนึกภาพไม่ออก ยังไม่เข้าใจว่ามันทำงานยังไง เอาเป็นว่าเราไปดูภาพลักษณะการใช้งานของมันให้เห็นชัดๆ เลยดีกว่านะครับ...
ทดลองใช้งาน !
จากคำแนะนำหลังซองบอกไว้ว่าก่อนใช้งาน ให้เรานำมันออกมาบีบๆ นวดๆ ประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยนำไปกดบนพื้นผิว ที่ต้องการทำความสะอาด
อุปกรณ์ที่ผมจะนำมาสาธิตในวันนี้ ก็เป็นคีย์บอร์ดตัวเก่ง ที่ใช้งานอยู่ทุกวัน อายุอนามราวๆ 6-7 ปี ส่วนเหตุผลที่เลือกคีย์บอร์ด ก็คงจะเข้าใจนะครับว่า มันเป็นอะไรที่ดูเข้าท่าที่สุดแล้ว ประกอบกับที่มันมีซอกหลืบต่างๆ ที่ยากต่อการทำความสะอาดอีกหนึ่งเหตุผล
คีย์บอร์ดที่มองดูแล้ว ก็ค่อนข้างสะอาดพอสมควร ^v^ แต่ถ้าไปมองกันใกล้ๆ ก็จะพบว่าจะมีคราบ หรือฝุ่นผง เกาะอยู่ตามซอกระหว่างปุ่มพอสมควร ซึ่งมันเป็นจุดที่ยากต่อการทำความสะอาด แต่เจ้า Cyber Clean ช่วยเราได้ในเรื่องนี้
การใช้งานก็ง่ายๆ ครับ เราเพียงนำมันกดลงไป...กดลงไป...ในจุดที่เราต้องการทำความสะอาด
ด้วยความที่มันมีเนื้อเป็นเจลนิ่มๆ เลยทำให้เมื่อเรากดมันลงไป มันก็จะสามารถเบียดแทรกลงไปตามพื้นที่ หรือรูปทรงของพื้นผิวนั้นๆ ได้ดี
หลังจากกดลงไปได้ที่แล้ว เราก็ค่อยๆ ดึงมันออกมา และเมื่อมาตรวจสอบดูจากคีย์บอร์ดที่ดูแล้วค่อนข้างสะอาดในระดับหนึ่ง แต่เราก็จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เรามองว่าสะอาด มันยังมีส่วนที่เรามองไม่เห็นถึงความสกปรก หรือฝุ่นผงต่างๆ ติดอยู่ ซึ่งฝุ่นผงเหล่านั้น ก็จะเกาะติดกับตัวเจลขึ้นมา เหมือนดังในภาพที่ปรากฏ
จากคีย์บอร์ดที่นำมาลองทำความสะอาดนั้นไม่เน่ามากนัก จึงอาจจะเห็นไม่ชัดเจนถึงคราบสิ่งสกปรกที่ติดมากับ Cyber Clean เราก็เลยลองนำมันไปทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์อีกแผ่นหนึ่งที่วางเน่ามาสักพักแล้ว และเมื่อกดๆ ลงไปแล้วถึงขึ้นมา ผลก็ชัดเจนขึ้นว่ามีสิ่งสกปรก หรือฝุ่นผงบวกกับคราบขี้ไคล ที่สะสม หรือหมักหมมติดขึ้นมาบนตัวเจล จนสามารถเห็นได้อย่างเด่นชัดเลยทีเดียว

จากช่วงแรกที่บอกไปแล้วว่าอุปกรณ์ทำความสะอาด หรือเจลทำความสะอาดตัวนี้ ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เราสามารถเก็บไว้ใช้งานได้หลายๆ ครั้ง ซึ่งคำแนะนำหลังซองก็บอกว่า จะต้องเก็บไว้ไม่ให้โดนอากาศ หรือในที่เปิด เพราะนอกจากอาจจะทำให้คุณสมบัติการยึดเกาะลดลงแล้ว มันจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง เพราะจะโดนฝุ่นผงต่างๆ ไปเกาะติดรวดเร็วนั่นเอง... ในเมื่อใช้ซ้ำได้แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อไหร่ถึงจะได้เวลาทิ้ง ในส่วนนี้ก็ทำได้ด้วยการตรวจสอบสีของตัวเจล ว่าสกปรก หรือเปลี่ยนไปมากขนาดไหน โดยสามารถนำมาเปรียบเทียบกับสีด้านหลังซอง ในบริเวณที่มีการเว้นไว้ให้เป็นช่องใสๆ แต่ในบริเวณมุมกรอบของช่องใสเรา จะพบว่า มีแถบสีที่เอาไว้สำหรับเปรียบเทียบให้ดู ถ้าหากว่าสีมันเปลี่ยนไปจนถึงประมาณเดียวกันนี้ หรือเข้มมากกว่านี้ ก็คงถึงเวลาที่ต้องไปหาซื้อชิ้นใหม่มาใช้งานแทนแล้วล่ะ
Final Words
ไม่รุ้ว่าจะเป็นที่ถูกใจกันหรือเปล่านะครับ สำหรับวิธีการทำความสะอาดในยุค Cyber กับเจ้า Cyber Clean ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่ของวงการการทำความสะอาดเลยก็ว่าได้ ซึ่งผมว่าคนที่คิดเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นมานั้น น่าจะเป็นเรื่องของความบังเอิญ ในการได้ไอเดียอย่างแน่นอน อาจจะเป็นจาก เพราะของเล่นเด็กก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นเพราะหมากฝรั่งก็ไม่แน่ แต่เมื่อมองถึงปลายทางในเวลานี้แล้ว ก็จัดว่าเป็นไอเดียที่ดีเลยละครับ กับความสามารถที่ออกมา ที่จะช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดจำพวกฝุ่นผง หรือคราบที่ไม่ฝังแน่นมากนัก จะอุปกรณ์ หรือพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ หรือไม่ง่ายต่อการทำความสะอาด เช่น ซอกเล็กๆ ของคีย์บอร์ด หรือซอกของปุ่มโทรศัพท์มือถือต่างๆ แถมยังได้มีการเพิ่มคุณสมบัติการฆ่าเชื้อโรค ที่ช่วยในการยับยั้งผลที่อาจจะตามมาในระยะยาว ของการเจ็บไข้ได้ป่วยอีกเช่นกัน ซึ่งจุดนี้แหละครับ ที่ดูมีความน่าสนใจไม่น้อย ส่วนในการใช้งานจริงๆ ของ Cyber Clean จากสีสันทั้งหมด 4 สีที่เรานำมาให้ชม หากจะว่ากันจริงๆ แล้วมันก็สามารถใช้แทนกันได้หมดไม่จำเป็นว่าต้องแยกว่าสีไหนสำหรับอะไร แต่ที่เขาทำมาในรูปแบบนี้ ก็เพื่อให้ง่ายต่อลูกค้าเท่านั้นเอง ที่จะทำให้สามารถเจาะกลุ่มตลาดได้มากขึ้น แต่ก็คงต้องยกเว้นชิ้นหนึ่ง ที่เป็นการออกแบบมาพิเศษจริงๆ คือสีใสๆ หรือถุงสีฟ้าอ่อนๆ กับการที่มีมีสารฆ่าเชื้อโรค เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ หรือสารก่อภูมิแพ้มาโดยเฉพาะ และก็น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้อยุ่แล้วด้วยเหมือนกัน ในการลดสารก่อภูมิแพ้ในอุปกรณ์จุกจิก ที่ต้องหยิบจับบ่อย หรือใช้งานใกล้ปากใกล้จมูก... เอาล่ะครับก็คงจะชัดเจน และครบถ้วนกันพอสมควรนะครับ สำหรับเรื่องราวของ Cyber Clean ในวันนี้ และก็น่าจะทำให้การนำเสนอในรูปแบบของ Sunday Special นั้นดูเป็นวิชาการกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก อย่างไรแล้วก็อย่าเพิ่งเบื่อไปเสียก่อนนะครับ เอาไว้มีโอกาสดีๆ คิดอะไรมันส์ๆ ออก ก็คงจะได้สัมผัสกับ Sunday Special ในรูปแบบเดิมๆ กลับมาอย่างแน่นอน แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อๆ ไปนะครับ... สวัสดีครับ...