Page:
1 / 2 |
|
| |
สวัสดีครับ...
วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์กันนะครับ
สำหรับสายพันธ์ที่เราจะมานำเสนอหรือทำความรู้จักกันนั้นคาดว่า
หลายๆคนคงจะรุ้จักกันดีอยู่พอสมควรหากใครที่เป็นแฟนภาพยนต์เรื่อง
Jurassic Park ซึ่งในวันนี้ไดโนเสาร์สายพันธ์ที่เราจะมาทำความรู้จักกันนั้นมีชื่อว่า
VelociRaptor ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสายพันธ์ของ
Raptor ที่มีความปราดเปรียว
ว่องไว และเฉลี่ยวฉลาดส่วนในชนิด
VelociRaptor นั้นจะเป็นอีกหนึ่งชนิดที่จะมีขนาดตัวที่เล็กกว่า
Raptor โดยจะจัดเป็นไดโนเสาร์ในขนาดกลาง
ซึ่งจะมีขนาดความยาวตลอดลำตัวประมาณ
2.5เมตร สูงประมาณ 0.5เมตร
และมีชิวิตอยุ่ในช่วงระหว่าง
75-71 ล้านปีก่อนแม้ว่า VelociRaptor
นั้นจะมีขนาดที่เล็กกว่า Raptor
อยุ่มากก็ตามที แต่ก็ยังคงมีความดุร้ายในแบบเดียวกัน
และสิ่งที่ยังคงไม่ขาดหายไปไหนก็คือเรื่องของความว่องไวนั่นเอง
เอาหละครับ... ผมว่าเราพออยู่แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ
ก่อนที่มันจะกลายเป้นบทเรียนเรื่องยุคไดโนเสาร์ไปมากกว่านี้
^^ แต่...แต่...แต่... เรื่องที่กล่าวมานั้นจะว่าไปแล้วมันก็ค่อนข้างเกี่ยวข้องโดยตรงกับ
Hardware ตัวหนึ่งที่เรานำมานำเสนอให้ได้ชมกันในวันนี้
ด้วยที่ว่าชื่อรุ่นของมันนั้นก็ใช้ชื่อรุ่นว่า
VelociRaptor นั่นเอง และสำหรับฮาร์ดแวร์ที่เราพูดถึงอยุ่ตรงนี้ก็จะเป็นอะไรไปมิได้หากไม่ใช้
HardDisk จากทาง Western Digital
เจ้าเก่ากับซีรีย์ Raptor ที่คุ้นเคยกัน
มาในวันนี้กับการใช้ชื่อว่า
VelociRaptor นั้นมันต้องมีที่มาที่ไปแน่นอน
แล้วท่านคิดว่ามันจะสอดคล้องกันอย่างไรกับไดโนเสาร์ในพันธ์
VelociRaptor ที่เราได้พูดถึงไปนั้น
เดี๋ยววันนี้เราจะมีคำตอบมาให้แน่นอน
ถ้าอย่างนั้นแล้วก็จะมัวสงสัยอยุ่ทำไมหละครับ
เราไปชมกันเลยครับกับ WD VelociRaptor
สายพันธ์ใหม่ล่าสุดจาก Western
Digital

จุดนี้เดี๋ยวเรามาดูกันว่า
WD VelociRaptor นั้นมันจะเกี่ยวพันกับไดโนเสาร์ในพันธ์
VelociRaptor หรือไม่นะครับ
หากจะว่ากันถึงเรื่องราวความเป็นมาของ
HDD ในรหัส Raptor จากทาง Western
Digital นั้นเราก้คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีกับจุดเด่นที่โดดเด่นกว่าใครอื่นสำหรับ
HDD ในระดับ Desktop ที่เราใช้งานกัน
กับความเร็วรอบของจากแม่เหล็กที่มีความเร็วรอบในการทำงานสูงถึง
10000rpm จากที่ HDD สำหรับ
Desktop ทั่วไปนั้นจะทำงานอยุ่ที่ความเร็วรอบ
7200rpm เท่านั้นและสำหรับ
VelociRaptor โมเดลใหม่ล่าสุดในเวลานี้ก็ยังคงใช้ความเร็วรอบของจากแม่เหล็กที่ระดับ
10000rpm เช่นเดิม ก็คงยังไม่มีความแตกต่างใดๆในส่วนนี้จากความเป็น
WD Raptor และ VelociRaptor
สำหรับจุดที่สร้างความแตกต่างออกไปนั้นจะเป็นในเรื่องของรูปร่างหน้าตา
และขนาดของการออกแบบรวมไปถึงขนาดความจุของมันด้วย
ซึ่งหากมองย้อนกันไปจากจุดเริ่มต้นของ
WD Raptor กับการเริ่มต้นครั้งแรกเราจะสัมผัสกับ
WD Raptor ที่มีขนาดความจุเพียง
36GB ถัดมาก็จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาเป็นสองเท่าคือ
74GB จากนั้นล่าสุดในซีรีย์
Raptor ทาง Western Digital
ก็ได้เปิดตัว Raptor ตัวสุดท้ายที่มีขนาดความจุ
150GB ซึ่งในโมเดล 150GB นี้นั้นก็จะมีให้ได้เลือกใช้กันสองรูปแบบคือ
Raptor ธรรมดาฝาทึบและ RaptorX
ที่จะมีลักษณะเป็นกึ่งฝาใส
มองเห็นจากแม่เหล็กที่อยู่ภายใน
บวกกับเพิ่มเติมเทคโนโลยี NCQ
( Native Command Queuing )
สำหรับทั้งสามรุ่นสามโมเดลที่ได้กล่าวไปนั้นทั้งหมดก็จะใช้อินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อในแบบ
SATA-150 หรือ SATA-I อยุ่
และแล้วในที่สุดทาง Western
Digital ก็ได้เขย่าวงการ HDD
อีกครั้งกับการเปิดตัว VelociRaptor
กับ HDD ในขนาดที่เล็กลงจาก
3.5" มาเป็น 2.5"
แต่ก็ยังคงใช้จากแม่เหล็กที่ความเร็วรอบ
10000rpm แถมความจุก็เพิ่มขึ้นมาเป็น
300GB และก็มาพร้อมกับ SATA-II
หรือ SATA-300 อีกด้วย แต่อย่าเพิ่งงงกันว่าแล้วมาในขนาด
2.5" มันจะเป็น HDD สำหรับ
Desktop ได้อย่างไร ? ใช่ครับ
VelociRaptor เป็น HDD Desktop
ในขนาด 2.5" แต่จะมีตัวเรือนภายนอกที่เปรียบเสมือนชุดระบายความร้อนไปในตัวภายใต้ชื่อว่า
ICEPAK ที่เคลมเอาไว้ว่าจะสามารถลดอุณหภูมิการทำงานลงไปได้กว่า
7 ํC เลยทีเดียว
เรามาว่ากันถึงรายละเอียดของการออกแบบของ
VelociRaptor กันซักนิด จากที่ได้บอกไปว่ามันเป็น
HDD ในขนาด 2.5" แต่ก้มาในคราบของ
3.5" ที่สามารถติดตั้งใช้งานกับเคส
Desktop ทั่วๆไปได้ตามปรกติ
สำหรับในเรื่องนี้ก็เป็นไปอย่างที่กล่าวไว้คือตัวของ
HDD จริงๆนั้นจะมีขนาดเพียง
2.5" เท่ากันกับ HDD ของ
Notebook พอดีแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถนำไปใช้งานกับ
Notebook ได้นะครับ เพราะว่ามันจะมีความหนาที่หนากว่าอยุ่เล็กน้อยซึ่งก็อาจจะยังพอที่จะใส่ได้กับ
Notebook บางตัวหากอยากใช้งานจริงๆ
และก็อย่าลืมว่า 10000rpm นั้นความร้อนที่ได้มาต้องสุงขึ้นแน่นอน
วนกลับมาที่เรื่องของ Desktop
ของเรากันดีกว่าครับ จากที่ตัว
HDD เองมีขนาดเพียง 2.5"
แต่มันจะถูกติดตั้งมาบนตัวเรือนซึ่งจะเป็นอลูมิเนียมขนาดใหญ่ในขนาดเท่ากับ
HDD มาตรฐาน 3.5" โดยตัวเรือนนี้นอกจากจะเป้นตัวเรือนสำหรับจับยึดแล้วนั้น
มันก้ยังจะช่วยในการระบายความร้อนให้กับตัว
HDD อีกด้วยเช่นกัน กล่าวถึงตัวเรือนอลูมิเนียมหรือ
ICEPAK ตรงนี้หากมองจากภาพของตัว
HDD ที่เราได้รับมานั้นเชื่อได้ว่าหลายๆท่านคงจะสงสัยกันอยู่ว่า
VelociRaptor ตัวที่เห็นอยุ่นี้เป็นตัวเดียวกันกับที่ได้เห้นมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า
เพราะลักษณะหน้าตาหรือการออกแบบครีบนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ตรงจุดนี้ครั้งแรกเราเองก็งงๆอยู่เหมือนกัน
แต่ในที่สุดก็หาสาเหตุได้ว่าเหตุใดทาง
Western Digital จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของตัว
ICEPAK เพราะใน First Edition
นั้นถ้าเราสังเกตดูจะพบว่าตำแหน่งของพอร์ท
SATA และ Power Connector จะมีตำแหน่งที่ไม่ตรงกับ
HDD มาตรฐานทั่วไป ตรงนี้เองก็เลยอาจจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่จะนำไปใช้งานร่วมกับ
RACK ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ทาง
Western Digital จึงจำเป็นต้องมีการออกแบบใหม่
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเราเองก็ไม่อาจจะยืนยันได้
100% ว่าจะยังมีการผลิตในรูปแบบของ
First Edition ต่อไปหรือไม่
เพราะสำหรับผู้ที่ใช้งานในแบบ
Home User ก็จะไม่มีปัญหาอะไรนั่นเอง
|
| |

สังเกตว่าในเวอร์ชันที่สองของ
VelociRaptor ตัวนี้นั้น เราจะพบกับตัว
Bridge ที่เชื่อมต่อ SATA และ
Power Connector จากตัว HDD
ลงไปสู่ตัวเรือนของ HDD อีกต่อหนึ่ง
เพื่อให้ตำแหน่งของพอร์ททั้งสองนั้นตรงตามมาตรฐานทั่วๆไปของ
HDD ในปัจจุบัน

สำหรับตัว Bridge Connector
นั้นก็จะถูกออกแบบเป็นแบบ Solid
PCB ซึ่งจะไม่มีการออกแบบอะไรเป็นพิเศษหรือมีอุปกรณืพิเศษแต่อย่างไร
เป็นเพียงสะพานที่ทำหน้าที่ขยับตำแหน่งของพอร์ทเชื่อมต่อให้มาอยุ่ในตำแหน่งปรกติของ
HDD ทั่วๆไปนั่นเอง

มาดูกันชัดๆว่าตัวที่เรานำมาให้ได้ชมกันนั้นมันคือ
WD VelociRaptor จริงๆ มิใช่ว่าเป็นโมเดลอื่นแล้วมาโมเมว่ามีการออกแบบใหม่
จากลาเบลตรงนี้ก็คงจะเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า
HDD ที่เราได้รับมานั้นคือ
VelociRaptor จริงๆ มีความจุที่ขนาด
300GB
|
| |
| Test
Setup |
|
| |
Review
by ZoLKoRn - Overclockzone
|
|